คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2503

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1จำเลยเป็นข้าราชการและเป็นเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้ง แก้จำนวนคะแนนเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเอกสารที่แจ้งผลการเลือกตั้งถึงนายอำเภอ เนื่องจากถูกบีบบังคับด้วยอำนาจปืน ถือว่าเป็นการกระทำด้วยความจำเป็นพอสมควรแก่เหตุ ย่อมได้รับการยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามเป็นข้าราชการและเป็นเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งได้สมคบกันเปิดหีบบัตรเลือกตั้งแล้วแก้คะแนนเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งคนหนึ่ง ในเอกสารให้สูงขึ้นจากความเป็นจริง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๘๓, ๙๐, ๙๑ พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๒๘, ๕๘, ๕๙,๖๘ กับขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยด้วย จำเลยที่ ๑-๒ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ ปฏิเสธว่าไม่ได้สมคบกับจำเลยอื่น แต่รับว่าได้แก้ตัวเลขในเอกสารตามฟ้องจริงโดยถูกจำเลยที่ ๑ - ๒ ใช้อำนาจบังคับ ไม่มีเจตนาทุจริต ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทั้งสามผิดตามฟ้อง แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ - ๒ คนละ ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๓ กำหนด ๑ ปี ลด ๑ ใน ๓ เหลือ ๘ เดือน คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ ๑ - ๒ อุทธรณ์ว่า ไม่ได้สมคบกันกระทำผิด จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ว่า ได้ทำไปเนื่องจากถูกจำเลยที่ ๑ - ๒ ใช้ปืนบังคับ ไม่มีเจตนาทุจริต ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ ทำผิดจริงดังฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๓ ได้กระทำไปด้วยความจำเป็นเพราะอยู่ในบังคับภายใต้อำนาจปืนของจำเลยที่ ๑ - ๒ ซึ่งไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้ อันตนมิได้ก่อขึ้นและเป็นการกระทำอันพอสมควรแก่เหตุจำเลยที่ ๓ ไม่ควรได้รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗ พิพากษาและให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๓ นอกนี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

2โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๓ แก้คะแนนเนื่องจากการถูกบีบบังคับด้วยอำนาจปืน ของจำเลยที่ ๑ เห็นว่าจำเลยที่ ๓ ได้กระทำลงเพื่อให้พ้นจากภยันตรายและเป็นการกระทำด้วยความจำเป็นพอสมควรแก่เหตุ ควรได้รับการยกเว้นโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗

3ศาลฎีกา พิพากษายืน

(ประจักษ์ศุภอรรถ - สัญญา ธรรมศักดิ์ - เจริญ ฤทธิศาสตร์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 67

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ