ย่อ / หลักกฎหมาย
1จำเลยให้พวกมาร้องเรียก พ.ให้ออกมาจากบ้านโดยจำเลยแอบซุ่มยิงอยู่ แม้บังเอิญผู้ตายลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านลงบันไดเพื่อจะไปถ่ายปัสสาวะข้างล่าง แล้วถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโดยสำคัญผิดว่าเป็น พ.ก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คน ร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองยาวไม่มีหมายเลขทะเบียน ๑ กระบอก ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายพิทักษ์หรือคลอ รอดเจริญ หลายนัดโดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุให้นายพิทักษ์ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ และคืนอาวุธปืนของกลางแก่ราชการอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ริบของกลางอื่น
2จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙, ๘๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจำคุก ๑ ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านจำคุก ๖ เดือน จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ถือได้ว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองจำคุก ๘ เดือน และฐานพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านจำคุก ๔ เดือน เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจเรียงกระทงลงโทษในความผิดฐานอื่นได้ คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว คืนอาวุธปืนของกลางแก่ราชการอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของกลางอื่นให้ริบ โจทก์และจำเลยต่างไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๕
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
4โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้ตายตามฟ้อง การที่จำเลยให้พวกมาร้องเรียกนายแพร้วให้ออกมาโดยจำเลยแอบซุ่มยิงอยู่ แม้บังเอิญผู้ตายลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านลงบันไดเพื่อจะไปถ่ายปัสสาวะข้างล่าง แล้วถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโดยสำคัญผิดว่าเป็นนายแพร้วก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
5พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
(ประวิทย์ ขัมภรัตน์ - วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ - ไมตรี กลั่นนุรักษ์)
ศาลจังหวัดสุราษฏ์ธานี - นายชลิต กฐินะสมิตศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน