คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2519 ย่อ (หลักกฎหมาย) จำเลยกับพวกอีก 2 คน ใช้เส้นลวดกลมขนาด 1 หุน จำนวน 3 เส้นยาวเส้นละ 16 เมตร ทำเป็นเกลียวเส้นเดียว ขึงกั้นสะพานบนถนน โดยใช้เส้นลวดผูกติดกับราวสะพานทั้งสองข้างเป็นแนวเฉียง ดักรถที่ผ่านมาชนเพื่อเอาทรัพย์สิน ผู้เสียหายซึ่งมีเงินติดตัวมาด้วยกับพวกขับรถยนต์ผ่านมา และเห็นเส้นลวดดังกล่าวจึงหยุดรถได้ทันในระยะห่างราว 3 วา แล้วลงไปดูที่ใต้สะพานพบจำเลยถือปลายลวดข้างหนึ่งจึงจับตัวไว้ดังนี้ การกระทำของจำเลยกับพวกมิใช่เป็นขั้นตระเตรียม เป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดถือได้ว่าจำเลยพยายามกระทำความผิดและเป็นการพยายามกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2519) คำพิพากษา โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันใช้เส้นลวดขนาดใหญ่ชนิดลวดกลม ขนาด 1 หุนจำนวน 3 เส้น ยาวเส้นละ 16 เมตร ทำเป็นเกลียวเป็นเส้นเดียวเป็นอาวุธขึงขวางกั้นระหว่างราวสะพานทั้งสองด้านบนถนนสายหนองจิก - ปัตตานี อันเป็นการกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายเพื่อดักรถยนต์ที่นายธวัช แก่นเพชร กับพวก กำลังขับเข้าสู่อำเภอเมืองปัตตานีให้แล่นชนเส้นลวดดังกล่าว รถจะได้เสียหลักแฉลบไปชนราวสะพาน จนเป็นเหตุให้นายธวัช แก่นเพชร กับพวก ได้รับอันตรายถึงบาดเจ็บ เพื่อทำการปล้นทรัพย์ เงินสด 3,400 บาท ของนายธวัช แก่นเพชร กับพวก โดยทุจริต ทั้งนี้ เพื่อให้ความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไป เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะนายธวัช แก่นเพชร กับพวก พบเห็นเส้นลวดดังกล่าวเสียก่อน และหยุดรถได้ทันในระยะห่างเส้นลวดนั้นประมาณ 1 วา จำเลยกับพวกจึงปล้นทรัพย์ไม่สำเร็จสมเจตนา พนักงานสอบสวนได้เส้นลวดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 340, 80, 385, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นสืบพยานประกอบแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ปรับ 500 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 250 บาท ถ้าไม่ชำระค่าปรับ จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกฟ้องของโจทก์ในข้อหาพยายามปล้นทรัพย์และพยายามทำร้ายร่างกาย ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7), 80 จำคุก 4 ปี 8 เดือน ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 1 เดือน 10 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า คืนเกิดเหตุจำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวอีก 2 คนได้ใช้เส้นลวดกลมขนาด 1 หุน จำนวน 3 เส้น ยาวเส้นละ 16 เมตร ทำเป็นเกลียวเส้นเดียวขึงกั้นสะพานบนถนนหนองจิก - ปัตตานี โดยใช้เส้นลวดผูกติดกับราวสะพานทั้ง 2 ข้าง เป็นแนวเฉียงจากขวามาซ้าย ดักรถที่ผ่านมาชนเพื่อเอาทรัพย์สินเวลาประมาณ 20 นาฬิกา นายธวัช แก่นเพชร มีเงินติดตัวมาประมาณ 3,000 กว่าบาท กับพวกรวม 3 คน ได้ขับรถยนต์บรรทุก 6 ล้อขนาดเล็กจะไปอำเภอเมืองปัตตานี เห็นเส้นลวดดังกล่าวจึงหยุดรถได้ทันในระยะห่างราว 3 วา นายธวัช แก่นเพชร ได้ลงไปดูที่ใต้สะพาน พบจำเลยถือปลายลวดข้างหนึ่ง จึงจับตัวนำส่งพนักงานสอบสวนศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยกับพวกมิใช่เป็นเพียงขั้นตระเตรียม เป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด ถือได้ว่าจำเลยพยายามกระทำความผิด และเป็นการพยายามกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 80 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14 จำคุก 8 ปี คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ องค์คณะ: คมกริช นุรักษ์ - สมชัย ทรัพย์วณิช - พิทยา มงคล กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 295, ป.อ. มาตรา 340, ป.อ. มาตรา 80, ป.อ. มาตรา 385, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 78, ป.อ. มาตรา 29, ป.อ. มาตรา 30, ป.อ. มาตรา 335 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา