คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2497 ย่อ (หลักกฎหมาย) ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลทหารกลาง (ศาลอุทธรณ์) ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน พลทหารที่เป็นผู้คุมเรือนจำจังหวัดทหารบก เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย คำพิพากษา คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ พยานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยต้องขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดทหารบกพิษณุโลกแล้วหลบหนี พลทหารบุญมาผู้คุมประจำเรือนจำกับพวกเข้าจับกุมจำเลยๆ กลับต่อสู้ขัดขวางใช้มีดทำร้ายพลทหารบุญมา ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลกฟังว่าจำเลยกระทำผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๖๓,๒๕๔,ปราณีลดโทษตามมาตรา ๕๙ แล้วคงจำคุกจำเลยรวม ๒ กะทง ๑ ปี ผู้มีอำนาจตั้งกรรมการศาลและโจทก์อุทธรณ์ ศาลทหารกลางเห็นว่าจำเลยใช้มีดทำร้ายเจ้าพนักงานตามข้อบังคับทหารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเรือนจำ ตาม พ.ร.บ.เรือนจำทหาร พ.ศ.๒๔๗๙ มาตรา ๕,๒๔, และจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๒๐ หาใช่มาตรา ๒๕๔ ไม่ พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลย ๒ ปีลดตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๑ ปี นอกจากนี้ยืน จำเลยฎีกาว่าพลทหารบุญมาไม่ใช่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เพราะความในมาตรา ๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญาทหารหมายถึงบรรดานายทหารบก ทหารเรือ ชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนประจำการ ไม่รวมถึงพลทหาร ที่ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๒๐ แห่งกฎหมายลักษณะอาญานั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลทหารกลาง (ศาลอุทธรณ์) ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน และเห็นว่าพลทหารบุญมาผู้คุมเรือนจำเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญาทหารมาตรา ๔ ซึ่งบัญญัติว่า " คำว่า " เจ้าพนักงาน" ที่ใช้ในประมวลกฎหมายลักษณะอาญานั้นท่านหมายความตลอดถึงบรรดานายทหารบก นายทหารเรือ ชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนที่อยู่ในกองประจำการนั้นด้วย " ตามนี้เจ้าพนักงานหมายถึงเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญาและรวมตลอดถึงนายทหารชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนที่อยู่ในกองประจำการด้วย มิใช่หมายความแต่เฉพาะนายทหารชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนประจำการเท่านั้น องค์คณะ: นนทประชา - ดุลพากย์ - ดุลพากย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 222, ป.อ.ทหาร มาตรา 4, ป.อ. มาตรา 120 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา