D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1702/2568

ผล: แก้ อาญา ประชุมใหญ่

พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นาย ว. จำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า หม้อแปลงไฟฟ้าที่ลักมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ด้วยกำลังของจำเลยกับพวก เพื่อให้เคลื่อนย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าไปได้ จำเลยกับพวกจึงใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง บรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้า พฤติการณ์บ่งชี้ชัดเจนว่า การที่จำเลยกับพวกจะลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปได้ย่อมต้องอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง ในการกระทำความผิด รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางจึงเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) จึงพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ของกลาง

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 93, 335, 336 ทวิ ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางที่เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งและนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 804/2564 ของศาลชั้นต้น

2จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ (ที่ถูกประกอบมาตรา 83 ด้วย) จำคุก 6 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (ที่ถูกมาตรา 93 (13)) เป็นจำคุก 9 ปี

4จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 804/2564 ของศาลชั้นต้น ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง

5จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย แต่ให้คืนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางแก่เจ้าของ

6โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดี มี ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงอันจะพึงต้องริบหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติดังที่

7จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องว่า หม้อแปลงไฟฟ้าที่ลักมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ด้วยกำลังของจำเลยกับพวก ทั้งนี้ เพื่อให้เคลื่อนย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวไปได้ จำเลยกับพวกจึงใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางบรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้อบ่งชี้ ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การที่จำเลยกับพวกจะลักทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหายไปได้ย่อมต้องอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางในการกระทำความผิด รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางจึงเป็นเครี่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์ อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้คืนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางแก่เจ้าของนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

8พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน คพค XXX ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9.

(กึกก้อง สมเกียรติเจริญ - อรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ - ยุพา วงศ์ทองทิว)

ศาลจังหวัดสงขลา - นายณัฐพงศ์ สุวรรณ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายเลิศชัย ภักดีฉนวน