คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3232/2567

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1คดีนี้ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า เมื่อความผิดเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสระแก้วและอยู่ในวิสัยที่โจทก์จะฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสระแก้วได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าการชำระคดีที่ศาลชั้นต้นจะสะดวกกว่า จึงไม่ประทับรับฟ้อง

2ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผลเท่ากับศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้อง

3โจทก์ฎีกาไม่ได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง

2พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า เมื่อความผิดเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสระแก้วและอยู่ในวิสัยที่โจทก์จะฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสระแก้วได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าการชำระคดีที่ศาลชั้นต้นจะสะดวกกว่า จึงไม่ประทับรับฟ้อง

3ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผลเท่ากับศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้อง

4โจทก์ฎีกาไม่ได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของโจทก์

(ธนาคม ลิ้มภักดี - กัมปนาท วงษ์นรา - นพรัตน์ ชลวิทย์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 220

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ