คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2548
ผล: ยกคำร้อง แรงงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ โจทก์ นางมนต์รักษ์ เถาโท กับพวก จำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 27 มีความหมายอย่างชัดแจ้งว่า การยื่นฟ้องตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใดๆ ในศาลแรงงาน ให้ได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้น คดีนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดและให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันแก่โจทก์ เงินที่จำเลยทั้งสองต้องชำระให้แก่โจทก์เป็นหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานมิใช่ค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด หาก
2จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานกลาง จำเลยทั้งสองต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 โดยต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแรงงานกลางเสียก่อน (คำสั่งคำร้องศาลฎีกา)
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 261,802 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 258,570 บาท และให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดด้วยจำนวน 15,000 บาท โดยให้จำเลยทั้งสองรับผิดพร้อมดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของ จำเลยทั้งสองเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์
3จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 27 ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่า การยื่นคำฟ้องตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียม จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มาใช้บังคับแก่จำเลยทั้งสองได้ โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "แม้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 27 บัญญัติว่า "การยื่นคำฟ้องตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ในศาลแรงงาน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียม" ก็ตาม แต่บทบัญญัติดังกล่าวก็มีความหมายอย่างชัดแจ้งว่าได้รับยกเว้นเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้น คดีนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดและให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันแก่โจทก์ เงินที่จำเลยทั้งสองต้องชำระให้แก่โจทก์เป็นหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางมิใช่ค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างใด ฉะนั้นหาก
4จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานกลาง จำเลยทั้งสองก็ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โดยต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแรงงานกลางเสียก่อน เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง"
(ปัญญา สุทธิบดี - ชวลิต ยอดเณร - พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์)