คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1565/2530 ย่อ (หลักกฎหมาย) จำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยอ้างว่าราคาต่ำและยื่นคำร้องขอให้งดการดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาดศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้งดการดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาดให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยในราคาต่ำมาก ทำให้จำเลยเสียหายและเสียเปรียบซึ่งจำเลยได้อุทธรณ์คำสั่ง หากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ทำการขายทอดตลาดใหม่ แต่ผู้ซื้อได้โอนทรัพย์ไปให้บุคคลอื่นเสียก่อนจะทำให้ไม่สามารถขายทอดตลาดได้ ดังนี้ แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวและให้ศาลชั้นต้นขายทอดตลาดใหม่ กรณีก็ไม่ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเพราะผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดและผู้รับโอนทรัพย์ต่อจากนั้นก็คงไม่ได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้งดการดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาด. คำพิพากษา คดีนี้ มูลกรณีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 คัดค้านอ้างว่าราคาต่ำไป แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทำการขายได้ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งและขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ากรณีไม่ใช่เป็นเรื่องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 แต่เป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 และตามคำร้องของผู้ร้อง ไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้งดการดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาดมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ในราคาที่ต่ำมากเป็นทางทำให้จำเลยเสียหายและเสียเปรียบ ซึ่งจำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากผู้ซื้อรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนไปให้บุคคลอื่นอีกก็จะทำให้จำเลยเสียหายเพราะหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ทำการขายทอดตลาดใหม่ จะทำให้ไม่สามารถขายทอดตลาดได้ เนื่องจากกรรมสิทธิ์โอนไปยังบุคคลภายนอก นั้น เห็นว่า แม้ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดจะได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อไปให้แก่บุคคลอื่น หากต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวและให้ศาลชั้นต้นทำการขายทอดตลาดใหม่ทั้งผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดและผู้รับโอนทรัพย์ดังกล่าวต่อจากนั้นไปก็คงไม่ได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าว และศาลชั้นต้นก็ยังคงต้องดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีไม่ทำให้จำเลยต้องได้รับเสียหายแต่อย่างใด พิพากษายืน. องค์คณะ: สวัสดิ์ รอดเจริญ - ดุสิต วราโห - คำนึง อุไรรัตน์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 453, ป.พ.พ. มาตรา 1330, ป.วิ.พ. มาตรา 264, ป.วิ.พ. มาตรา 283, ป.วิ.พ. มาตรา 296 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา