คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2983/2533
ผล: ยกคำร้อง แพ่งคำสั่งคำร้องที่ 2983/2533องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยโจทก์ นายพร ชำบำเหน็ด กับพวกจำเลย นายพร ชำบำเหน็ดหรือชาบำเหน็ด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องกรุงเทพมหานคร ที่ 2 จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง
ย่อ / หลักกฎหมาย
1ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81 แผ่นที่ 3)
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 25,771.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน23,973.25 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่า
3จำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 128,855.23 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 119,866.23 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80,79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกาได้ ส่วนจำเลยที่ 1 ถ้าหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 7 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2983/2533องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยโจทก์นายพร ชำบำเหน็ด กับพวกจำเลยนายพร ชำบำเหน็ดหรือชาบำเหน็ด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องกรุงเทพมหานคร ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า
4จำเลยทั้งสองฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81 แผ่นที่ 3)
5ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 25,771.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน23,973.25 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่า
6จำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1128,855.23 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 119,866.23 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80,79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกาได้ ส่วนจำเลยที่ 1 ถ้าหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 7 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1(เสริมพงศ์ วรยิ่งยง-อุระ หวังอ้อมกลาง-เพ็ง เพ็งนิติ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
(เสริมพงศ์ วรยิ่งยง - อุระ หวังอ้อมกลาง - เพ็ง เพ็งนิติ)