คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2867/2525 ย่อ (หลักกฎหมาย) การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 ถึง มาตรา 33นั้น หากมีความจำเป็นจะต้องใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใด ก็เป็นอำนาจของศาลที่พิจารณาคดีนั้นที่จะใช้อำนาจตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 3(ศาลจังหวัดอุดรธานี)ลงโทษผู้ขอประกันฐานละเมิดอำนาจศาลในการพิจารณาคดี ย่อมเป็นการลงโทษในกรณีที่ผู้ขอประกันละเมิดอำนาจศาลทหาร ไม่ใช่ละเมิดอำนาจศาลพลเรือน คำสั่งลงโทษดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งของศาลทหาร ศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่มีอำนาจรับอุทธรณ์ของผู้ขอประกันไว้พิจารณา คำพิพากษา กรณีสืบเนื่องมาจากอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (อัยการจังหวัดอุดรธานี)เป็นโจทก์ฟ้องนายปรัชญาต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดอุดรธานี)ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ ระหว่างพิจารณาศาลอนุญาตให้นางศุภนิตย์ผู้ขอประกันกับพวกทำสัญญาประกันตัวจำเลยต่อศาล ภายหลังผู้ขอประกันยื่นคำร้องพร้อมด้วยมรณบัตรต่อศาลว่าจำเลยตายด้วยโรคหัวใจที่จังหวัดพิษณุโลกศาลสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่า จำเลยยังไม่ตายและมรณบัตรที่ผู้ขอประกันยื่นต่อศาลเป็นมรณบัตรปลอม ศาลออกหมายจับจำเลย และเมื่อสอบถามโจทก์และผู้ขอประกันแล้วสั่งให้จ่าศาลร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อผู้ขอประกันฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และสั่งว่าผู้ขอประกันประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) ให้ลงโทษจำคุก ผู้ขอประกันอุทธรณ์ ศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดอุดรธานี) เห็นว่าเป็นคดีศาลทหารต้องห้ามอุทธรณ์ สั่งไม่รับอุทธรณ์ ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้อง ผู้ขอประกันฎีกา ศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดอุดรธานี) เห็นว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ สั่งไม่รับฎีกา ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาสั่งรับฎีกาของผู้ขอประกันไว้พิจารณา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 ถึงมาตรา 33 นั้น เป็นบทกฎหมายที่ให้อำนาจศาลทุกศาลใช้เป็นเครื่องมือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลและเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามความเที่ยงธรรมและรวดเร็ว อำนาจเช่นว่านี้หากมีความจำเป็นจะต้องใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใดก็เป็นอำนาจของศาลที่พิจารณาคดีนั้น ดังนั้นการที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดอุดรธานี) ลงโทษผู้ขอประกันฐานละเมิดอำนาจศาลในการพิจารณาคดีนี้ ก็เป็นการลงโทษในกรณีที่ผู้ขอประกันละเมิดอำนาจศาลทหาร มิใช่ละเมิดอำนาจศาลพลเรือน คำสั่งลงโทษดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งของศาลทหาร ศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่มีอำนาจรับอุทธรณ์ของผู้ขอประกันไว้พิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องของผู้ขอประกันนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน องค์คณะ: ดำรง แจ่มสุธี - สมชัย ทรัพย์วณิช - พูน จักรเสน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. มาตรา 30, ป.วิ.พ. มาตรา 31, ป.วิ.พ. มาตรา 32, ป.วิ.พ. มาตรา 33, ป.วิ.อ. มาตรา 106, ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 16 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา