คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2536 ย่อ (หลักกฎหมาย) ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 ประกอบกับจำเลยไม่อยู่ในฐานะเป็นคู่ความ ไม่มีสิทธิฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยไม่ต้องห้ามและจำเลยอยู่ในฐานะเป็นจำเลย จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,91,352,353,354 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งของศาล ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 170 จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คำพิพากษา องค์คณะ: สุรินทร์ นาควิเชียร - ไมตรี กลั่นนุรักษ์ - บรรเทิง มุลพรม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 170, ป.วิ.อ. มาตรา 216, ป.วิ.อ. มาตรา 173, ป.อ. มาตรา 90, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 352, ป.อ. มาตรา 353, ป.อ. มาตรา 354 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา