คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2530

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฎีกาไว้ เนื่องด้วยจำเลยที่ 1พอใจในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงขอถอนฎีกาและขอให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 267) ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา นางเพียร พงษ์พาณิชย์ ผู้เสียหาย ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 ตรี,289 ฯลฯ และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ฯลฯในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตายให้ลงโทษประหารชีวิต และในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนทำไว้ ให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้หนึ่งในสาม ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เป็นเหตุให้ผู้ถูกระทำถึงแก่ความตายให้จำคุกตลอดชีวิต และความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนทำไว้ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือนศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่ต้องนำโทษในกระทงความผิดอื่นมารวมเข้าด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตลอดชีวิตเท่านั้น ข้อหาอื่นให้ยกเสียให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ฯลฯ

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 253) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 267) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ถอนฎีกา ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้เฉพาะจำเลยที่ 1

(ดำริ ศุภพิโรจน์ - อำนวย อินทุภูติ - สมศักดิ์ จูสวัสดิ์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 202, ป.วิ.อ. มาตรา 245, ป.อ. มาตรา 277 ตรี, ป.อ. มาตรา 289, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72, ป.อ. มาตรา 91

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ