คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2569 ย่อ (หลักกฎหมาย) คดีนี้ นางสาว ร ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องเทศบาลตำบลเสือโฮก ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองนครสวรรค์ ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เนื้อที่ 18 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา โดยที่ดินแปลงดังกล่าวผู้ฟ้องคดีได้ให้บุคคลภายนอกเช่า ต่อมา ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงข้างเคียงได้ยื่นขอรังวัดที่ดิน ผู้ฟ้องคดีจึงไประวังแนวเขตที่ดินในวันดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีพบว่ามีการขุดคลองส่งน้ำขนาดใหญ่ผ่านกลางที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยผู้ฟ้องคดีไม่เคยทราบและให้ความยินยอมมาก่อน ซึ่งผู้ฟ้องคดีทราบว่าผู้ขุดคลองส่งน้ำคือผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงได้ขอคัดถ่ายระวางแผนที่และยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชัยนาท ปรากฏว่ามีการขุดคลองส่งน้ำและก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ทำให้รูปแปลงที่ดินของผู้ฟ้องคดีเปลี่ยนแปลงไปและได้รับความเสียหายสูญเสียที่ดินไปจำนวนหนึ่ง ผู้ฟ้องคดีจึงขอยกเลิกการรังวัดที่ดิน ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีโดยตรง เป็นการบุกรุกเข้าทำลายที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่มีอำนาจและผู้ฟ้องคดีมิได้ให้ความยินยอมให้ผู้ถูกฟ้องคดีขุดคลองส่งน้ำและทำถนนรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน ของผู้ฟ้องคดี และที่ดินของผู้ฟ้องคดีไม่ได้ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์แต่อย่างใด ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีกลบคลองส่งน้ำที่ขุดเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและปรับสภาพที่ดินให้สามารถทำนาได้ตามเดิม และขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีถอยถนนที่ล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีให้อยู่ในแนวเขตพิกัดของกรมที่ดิน และปรับสภาพที่ดินให้สามารถทำนาได้ตามเดิม ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ไม่ได้กระทำละเมิดและมิได้ขุดคลองส่งน้ำและทำถนนรุกล้ำไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี คลองส่งน้ำพิพาทมีการขุดและประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาประมาณ 60 ปีโดยมิได้มีเจ้าของที่ดินเดิมหวงห้าม ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินพิพาทเดิมได้ยกที่ดินส่วนที่เป็นคลองส่งน้ำให้เป็นที่สาธารณะอันเป็นการสละที่ดินให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ไม่จำต้องมีการจดทะเบียนยกให้เป็นทางสาธารณะต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนถนนสาธารณะบริเวณที่ดินของผู้ฟ้องคดี เดิมเป็นเหมืองสาธารณประโยชน์ ต่อมาทำเป็นคันดินโดยชาวบ้านร่วมกันทำขึ้น ถือว่าถนนดังกล่าวมีสถานะเป็นถนนสาธารณประโยชน์โดยสภาพ ขอให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองนครสวรรค์เห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย และเป็นคดีพิพาทอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมาย หรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครองของผู้ถูกฟ้องคดี จึงเป็นคดีปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลจังหวัดชัยนาทเห็นว่า เป็นคดีพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินตามหลักกฎหมายแพ่งไม่ใช่กรณีที่มีประเด็นพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย คดีระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดี จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้เทศบาลตำบลเสือโฮก ผู้ถูกฟ้องคดีจะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก ตามมาตรา 67 (1) แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีอ้างเหตุว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดขุดคลองส่งน้ำและการสร้างถนนสาธารณะรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่าคลองส่งน้ำและถนนที่พิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ การขุดคลองส่งน้ำและการสร้างถนนพิพาท จึงไม่เป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดี การขุดคลองส่งน้ำและการสร้างถนนของผู้ถูกฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีแล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คำพิพากษา องค์คณะ: ไม่มี กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1304 แหล่งที่มา: สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ