คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2568
ศาลจังหวัดอ่างทอง ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองสุพรรณบุรี ศาลผู้รับความเห็น นาย ว. โจทก์ นางสาว ช. ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1คดีนี้ นาย ว. โจทก์ ยื่นฟ้อง นางสาว ช. ที่ 1 นาย ค. ที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 3 จำเลย อ้างว่า โจทก์สมัครรับเลือกตั้งและได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่วง ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านว่าการเลือกตั้งดังกล่าวมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือมีการกระทำเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งมอบสิ่งของแก่บุคคล เป็นเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จำเลยที่ 3 ทำการไต่สวน และจำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้าน (โจทก์) หยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่วงใหม่แทนผู้คัดค้านกับเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านเป็นเวลาสิบปี และให้ผู้คัดค้านรับผิดในค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่วง แต่ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสามเอาความเท็จไปร้องโจทก์ ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงได้รับทุกขเวทนาและเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกับชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลจังหวัดอ่างทองเห็นว่า การที่จำเลยที่ 3 ดำเนินการไต่สวนเรื่องที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร้องเรียนว่าโจทก์กระทำการเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และจำเลยที่ 3 ได้วินิจฉัยและสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์ และได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ยกคำร้องทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลปกครองสุพรรณบุรีเห็นว่า เป็นคดีละเมิดอันสืบเนื่องมาจากคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ การพิจารณาความรับผิดจึงต้องได้รับการพิจารณาโดยระบบศาลเดียวกัน คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นเอกชน และจําเลยที่ 3 เป็นคณะบุคคลซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจในการออกกฎ คำสั่งหรือมติใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อบุคคลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 จําเลยที่ 3 จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดสืบเนื่องมาจากการจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร้องเรียนว่าโจทก์กระทำการเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และจำเลยที่ 3 ได้ไต่สวนและมีมติว่าโจทก์ได้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (1) และได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามมาตรา 108 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีละเมิดอันสืบเนื่องจากคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตามมาตรา 226 วรรคหนึ่ง และวรรคหก ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 108 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แม้การใช้อำนาจของจำเลยที่ 3 มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย แต่ก็สืบเนื่องมาจากมูลเหตุคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ควรพิจารณา โดยระบบศาลเดียวกัน ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นเอกชนและจำเลยที่ 3 จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
(ไม่มี)
- -