คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2563

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ

ย่อ

1ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๒๗๙ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้เข้าดำเนินการก่อสร้างลานจอดรถ คสล. ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างสนาม ปลูกต้นไม้ ก่อสร้างป้ายแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสามประมาณ ๒ ไร่ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันที่ดินบางส่วนเป็นที่ชายตลิ่งสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า

2คดี มี ปัญหาต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งสามอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ดำเนินการก่อสร้างลานจอดรถ คสล. และอื่น ๆ รุกล้ำที่ดินที่พิพาทนั้น เป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสามหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสามมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 31/2563ศาลปกครองเพชรบุรีศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดเพชรบุรีศาลผู้รับความเห็นนายวิญญู รัตนไชย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ฟ้องคดีองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย ที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีกับพวกรวม

คำพิพากษา

12 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๒๗๙ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้เข้าดำเนินการก่อสร้างลานจอดรถ คสล. ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างสนาม ปลูกต้นไม้ ก่อสร้างป้ายแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสามประมาณ ๒ ไร่ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันที่ดินบางส่วนเป็นที่ชายตลิ่งสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า

2คดี มี ปัญหาต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งสามอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ดำเนินการก่อสร้างลานจอดรถ คสล. และอื่น ๆ รุกล้ำที่ดินที่พิพาทนั้น เป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสามหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสามมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()แหล่งที่มาสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินหมายเหตุ: คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน131333. คำวินิจฉัยที่ 31/2563 พิมพ์คำพิพากษา ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 31/2563ศาลปกครองเพชรบุรีศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดเพชรบุรีศาลผู้รับความเห็นนายวิญญู รัตนไชย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ฟ้องคดีองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย ที่ 1ผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. () - -

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ