คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2522 ย่อ (หลักกฎหมาย) หนองน้ำสาธารณะประชาชนใช้ร่วมกันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นที่ดินของรัฐตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน การเข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ ไม่ว่าขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ป.ว 96 29 กุมภาพันธ์2515 ข้อ 11 ปรับ 1,000 บาท ให้จำเลยกับบริวารออกจากที่พิพาท จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฏว่าโจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า หนองสะแกเป็นหนองน้ำสาธารณะมานานหลายสิบปีแล้ว คงมีปัญหาที่ต่างนำสืบโต้เถียงกันว่าได้มีการขึ้นทะเบียนหนองสะแกเป็นที่สาธารณะไว้หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้แล้วว่า หนองสะแกเป็นหนองน้ำสาธารณะ และเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)ซึ่งจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิได้ จึงต้องถือเป็นที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 และผู้ที่มิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หากเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ย่อมจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ การจะขึ้นทะเบียนหนองสะแกเป็นที่สาธารณะไว้หรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อสำคัญและไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย"พิพากษากลับให้ข้อเท็จจริง ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2522อัยการขอนแก่นโจทก์นายชื้น บุญสร้างจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 ป.ที่ดิน หนองน้ำสาธารณะประชาชนใช้ร่วมกันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นที่ดินของรัฐตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน การเข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ได้รับอนุญาต คำพิพากษา มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ ไม่ว่าขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ป.ว 96 29 กุมภาพันธ์2515 ข้อ 11 ปรับ 1,000 บาท ให้จำเลยกับบริวารออกจากที่พิพาท จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฏว่าโจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า หนองสะแกเป็นหนองน้ำสาธารณะมานานหลายสิบปีแล้ว คงมีปัญหาที่ต่างนำสืบโต้เถียงกันว่าได้มีการขึ้นทะเบียนหนองสะแกเป็นที่สาธารณะไว้หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้แล้วว่า หนองสะแกเป็นหนองน้ำสาธารณะ และเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)ซึ่งจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิได้ จึงต้องถือเป็นที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 และผู้ที่มิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หากเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ย่อมจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ การจะขึ้นทะเบียนหนองสะแกเป็นที่สาธารณะไว้หรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อสำคัญและไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย"พิพากษากลับให้ข้อเท็จจริง ให้ยกฟ้อง(จำรัส เขมะจารุ-ประเสริฐ วราภรณ์-ธาดา วัชรานันท์)แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ป.ว 96 29 กุมภาพันธ์2515 ข้อ 11 ปรับ 1,000 บาท ให้จำเลยกับบริวารออกจากที่พิพาท จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฏว่าโจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า หนองสะแกเป็นหนองน้ำสาธารณะมานานหลายสิบปีแล้ว คงมีปัญหาที่ต่างนำสืบโต้เถียงกันว่าได้มีการขึ้นทะเบียนหนองสะแกเป็นที่สาธารณะไว้หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้แล้วว่า หนองสะแกเป็นหนองน้ำสาธารณะ และเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)ซึ่งจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิได้ จึงต้องถือเป็นที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 และผู้ที่มิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หากเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ย่อมจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ การจะขึ้นทะเบียนหนองสะแกเป็นที่สาธารณะไว้หรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อสำคัญและไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย"พิพากษากลับให้ข้อเท็จจริง ให้ยกฟ้อง องค์คณะ: จำรัส เขมะจารุ - ประเสริฐ วราภรณ์ - ธาดา วัชรานันท์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.ที่ดิน มาตรา 9, ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ, ป.พ.พ. มาตรา 1304, ป.ที่ดิน มาตรา 2 แหล่งที่มา: เนติบัณฑิตยสภา