คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2488

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับกระบือจากผู้ลักมาจากประเทศอินโดจีน โจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าการลักทรัพย์รายนี้เป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศอินโดจีน มิเช่นนั้นจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้.ได้ความว่าผู้ร้ายลักกระบือจากแดนอินโดจีนฝรั่งเศสนอกอาณาจักร์ไทยต่อมากระบือตกอยู่กับจำเลยโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และรับของโจร ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์ไม่มีพะยานว่าจำเลยเป็นผู้ลักจึงลงโทษไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้นเมื่อกระบือรายนี้ถูกลักจากเขตต์ประเทศอินโดจีนฝรั่งเศส การลักทรัพย์ในประเทศนั้นจะผิดกฎหมายหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ เพราะจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้นั้นจะต้องได้ความว่าว่าจำเลยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ไม่สืบว่าการลักกระบือจะผิดกฎหมายหรือไม่แล้ว จึงต้องยกฟ้อง

2โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามหลักกฎหมายเรื่องรับของโจรจะต้องได้ความว่าทรัพย์ที่รับไว้เป็นของได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อการลักกระบือกระทำในอินโดจีน โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายของประเทศนั้นซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ศาลจะรู้เองอย่างกฎหมายไทยไม่ได้เมื่อโจทก์ไม่สืบก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้

3พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2488อัยยการนครจัมปาศักดิ์โจทก์นายเหลื่อน นายสอน นายวันนาจำเลย ป.อ. ม. 10, ม. 288, ม. 294, ม. 321. ป.วิ.อ. ม. 185

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับกระบือจากผู้ลักมาจากประเทศอินโดจีน โจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าการลักทรัพย์รายนี้เป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศอินโดจีน มิเช่นนั้นจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้.ได้ความว่าผู้ร้ายลักกระบือจากแดนอินโดจีนฝรั่งเศสนอกอาณาจักร์ไทยต่อมากระบือตกอยู่กับจำเลยโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และรับของโจร ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์ไม่มีพะยานว่าจำเลยเป็นผู้ลักจึงลงโทษไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้นเมื่อกระบือรายนี้ถูกลักจากเขตต์ประเทศอินโดจีนฝรั่งเศส การลักทรัพย์ในประเทศนั้นจะผิดกฎหมายหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ เพราะจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้นั้นจะต้องได้ความว่าว่าจำเลยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ไม่สืบว่าการลักกระบือจะผิดกฎหมายหรือไม่แล้ว จึงต้องยกฟ้อง

2โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามหลักกฎหมายเรื่องรับของโจรจะต้องได้ความว่าทรัพย์ที่รับไว้เป็นของได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อการลักกระบือกระทำในอินโดจีน โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายของประเทศนั้นซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ศาลจะรู้เองอย่างกฎหมายไทยไม่ได้เมื่อโจทก์ไม่สืบก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้

3พิพากษายืน(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-อิศรภักดีธรรมวิเทต-ประมูล สุวรรณศร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าผู้ร้ายลักกระบือจากแดนอินโดจีนฝรั่งเศสนอกอาณาจักร์ไทยต่อมากระบือตกอยู่กับจำเลยโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และรับของโจร ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์ไม่มีพะยานว่าจำเลยเป็นผู้ลักจึงลงโทษไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้นเมื่อกระบือรายนี้ถูกลักจากเขตต์ประเทศอินโดจีนฝรั่งเศส การลักทรัพย์ในประเทศนั้นจะผิดกฎหมายหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ เพราะจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้นั้นจะต้องได้ความว่าว่าจำเลยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ไม่สืบว่าการลักกระบือจะผิดกฎหมายหรือไม่แล้ว จึงต้องยกฟ้อง

4โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามหลักกฎหมายเรื่องรับของโจรจะต้องได้ความว่าทรัพย์ที่รับไว้เป็นของได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อการลักกระบือกระทำในอินโดจีน โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายของประเทศนั้นซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ศาลจะรู้เองอย่างกฎหมายไทยไม่ได้เมื่อโจทก์ไม่สืบก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้

5พิพากษายืน

(เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - อิศรภักดีธรรมวิเทต - ประมูล สุวรรณศร)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ