D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2482

ผล: กลับ ถูกอ้าง 2 ฉบับ

อัยยการประจวบคีรีขันธ์โจทก์ นายแป้น ด้วงทองจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ฉุดคร่าหญิงเคลื่อนที่ไปได้ 1 วา หญิงสบัดหลุดวิ่งหนีไปกอดผู้มีชื่อไว้จำเลยตามเข้าไปฉุดอีก+มีชื่อร้องห้าม จำเลยก็+ไปไม่ได้ทำอะไรอีกถือได้ว่ากรรมแห่งการฉุดคร่าได้สำเร็จลงแล้วจำเลยมีผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 276จำเลยเคยฉุดคร่าเจ้าทุกข์ไปเพื่อการประเวณีมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่คราวนั้นเจ้าทุกข์ไม่ว่ากล่าวเอาความ ต่อมาอีก ๑ เดือนก็เกิดเหตุเรื่องนี้โดยจำเลยพบเจ้าทุกข์เดินมากับพวกซึ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันรวม ๓ คน จำเลยเข้าฉุดข้อมือเจ้าทุกข์ลากไปได้สัก ๑ วา เจ้าทุกข์สบัดหลุดแล้ววิ่งหนีไปเกาะเอวหญิงพวกของเจ้าทุกข์ไว้ จำเลยเข้าไปอีก หญิงนั้นร้องห้ามแล้วจำเลยก็ไม่ได้ทำอะไรต่อไป ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่จำเลยจับมือเจ้าทุกข์ดึงไปหน่อยหนึ่งดังนั้น ไม่มีผิดฐานฉุดคร่าหรืออนาจาร ถ้าจำเลยพยายามฉุดคร่าจริง พวกผู้หญิงทั้ง ๓ ก็ไม่สามารถจะขัดขวางได้ กรณีเป็นเรื่องจำเลยยับยั้งใจตามกฎหมายอาญามาตรา ๖๑ จึง

2พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยความเห็นแย้งของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า กรรมแห่งการฉุดคร่าได้สำเร็จผลแล้วเพราะจำเลยได้ฉุดคร่าเจ้าทุกข์ไปตั้ง ๑ วา เจ้าทุกข์สบัดหลุดไปเกาะเอวหญิงพวกของเจ้าทุกข์ไว้แล้วจำเลยยังจะเข้าไปฉุดอีก จึง

3พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๒๗๖ จำคุก ๖ เดือน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2482อัยยการประจวบคีรีขันธ์โจทก์นายแป้น ด้วงทองจำเลย ป.อ. ม. 276, ม. 60, ม. 61ฉุดคร่าหญิงเคลื่อนที่ไปได้ 1 วา หญิงสบัดหลุดวิ่งหนีไปกอดผู้มีชื่อไว้จำเลยตามเข้าไปฉุดอีก+มีชื่อร้องห้าม จำเลยก็+ไปไม่ได้ทำอะไรอีกถือได้ว่ากรรมแห่งการฉุดคร่าได้สำเร็จลงแล้วจำเลยมีผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 276จำเลยเคยฉุดคร่าเจ้าทุกข์ไปเพื่อการประเวณีมาครั้งหนึ่งแล้ว

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1แต่คราวนั้นเจ้าทุกข์ไม่ว่ากล่าวเอาความ ต่อมาอีก ๑ เดือนก็เกิดเหตุเรื่องนี้โดยจำเลยพบเจ้าทุกข์เดินมากับพวกซึ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันรวม ๓ คน จำเลยเข้าฉุดข้อมือเจ้าทุกข์ลากไปได้สัก ๑ วา เจ้าทุกข์สบัดหลุดแล้ววิ่งหนีไปเกาะเอวหญิงพวกของเจ้าทุกข์ไว้ จำเลยเข้าไปอีก หญิงนั้นร้องห้ามแล้วจำเลยก็ไม่ได้ทำอะไรต่อไป ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่จำเลยจับมือเจ้าทุกข์ดึงไปหน่อยหนึ่งดังนั้น ไม่มีผิดฐานฉุดคร่าหรืออนาจาร ถ้าจำเลยพยายามฉุดคร่าจริง พวกผู้หญิงทั้ง ๓ ก็ไม่สามารถจะขัดขวางได้ กรณีเป็นเรื่องจำเลยยับยั้งใจตามกฎหมายอาญามาตรา ๖๑ จึง

2พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยความเห็นแย้งของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า กรรมแห่งการฉุดคร่าได้สำเร็จผลแล้วเพราะจำเลยได้ฉุดคร่าเจ้าทุกข์ไปตั้ง ๑ วา เจ้าทุกข์สบัดหลุดไปเกาะเอวหญิงพวกของเจ้าทุกข์ไว้แล้วจำเลยยังจะเข้าไปฉุดอีก จึง

3พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๒๗๖ จำคุก ๖ เดือน(พลางกูร-นิติศาสตร์-เทฟโนต์)ศาลชั้นต้น - นายศิริ อัศวนนท์ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: จำเลยเคยฉุดคร่าเจ้าทุกข์ไปเพื่อการประเวณีมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่คราวนั้นเจ้าทุกข์ไม่ว่ากล่าวเอาความ ต่อมาอีก ๑ เดือนก็เกิดเหตุเรื่องนี้โดยจำเลยพบเจ้าทุกข์เดินมากับพวกซึ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันรวม ๓ คน จำเลยเข้าฉุดข้อมือเจ้าทุกข์ลากไปได้สัก ๑ วา เจ้าทุกข์สบัดหลุดแล้ววิ่งหนีไปเกาะเอวหญิงพวกของเจ้าทุกข์ไว้ จำเลยเข้าไปอีก หญิงนั้นร้องห้ามแล้วจำเลยก็ไม่ได้ทำอะไรต่อไป ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่จำเลยจับมือเจ้าทุกข์ดึงไปหน่อยหนึ่งดังนั้น ไม่มีผิดฐานฉุดคร่าหรืออนาจาร ถ้าจำเลยพยายามฉุดคร่าจริง พวกผู้หญิงทั้ง ๓ ก็ไม่สามารถจะขัดขวางได้ กรณีเป็นเรื่องจำเลยยับยั้งใจตามกฎหมายอาญามาตรา ๖๑ จึง

4พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยความเห็นแย้งของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า กรรมแห่งการฉุดคร่าได้สำเร็จผลแล้วเพราะจำเลยได้ฉุดคร่าเจ้าทุกข์ไปตั้ง ๑ วา เจ้าทุกข์สบัดหลุดไปเกาะเอวหญิงพวกของเจ้าทุกข์ไว้แล้วจำเลยยังจะเข้าไปฉุดอีก จึง

5พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๒๗๖ จำคุก ๖ เดือน

(พลางกูร - นิติศาสตร์ - เทฟโนต์)

ศาลชั้นต้น - นายศิริ อัศวนนท์ศาลอุทธรณ์ -