คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5718/2537 ย่อ (หลักกฎหมาย) แม้ว่าจำเลยจะเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 28 ทวิ แต่การที่จะไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ(1) นั้นต้องได้ความด้วยว่าเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นเลยว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง คำพิพากษา โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,91, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายคำพาหรือคำภา รักก้อน ผู้เสียหายที่ 2ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมเฉพาะในความผิดฐานพยายามฆ่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2, 5 ประกอบด้วยมาตรา 60 กระทงหนึ่ง ให้วางโทษจำคุก 2 ปีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ72 ทวิ วรรคสอง อีกกระทงหนึ่ง วางโทษจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก2 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายสมัครใจเข้าไปวิวาทชกต่อยกับผู้เสียหายที่ 1 ก่อน การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงในเวลาต่อมาจึงไม่อาจอ้างเป็นเหตุว่าจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตนเองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงมีสิทธิพาอาวุธปืนติดตัวไปได้นั้นเห็นว่า แม้ว่าจำเลยจะเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2453 มาตรา 28 ทวิ แต่การที่จะไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ(1) นั้น ต้องได้ความด้วยว่า เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย จำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นเลยว่าขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง และเห็นว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขพิพากษายืน องค์คณะ: สันติ ทักราล - จเร อำนวยวัฒนา - สวรรค์ ศักดารักษ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 28 ทวิ, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ, ป.อ. มาตรา 80, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 288, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 4, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ, ป.อ. มาตรา 2, ป.อ. มาตรา 5, ป.อ. มาตรา 78, ป.อ. มาตรา 6, พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2453 มาตรา 28 ทวิ แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา