คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62-65/2488 ย่อ (หลักกฎหมาย) การครอบครองที่ดินเกิน 10 ปีแล้ว แม้จะได้ครอบครองอยู่ในขณะมีการซื้อขายที่ดินกันก็ตาม เมื่อผู้ซื้อที่ดินโดยสุจริตมีค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิแล้วย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ครอบครอง. เมื่ออ้างว่าการโอนที่ดินไม่สุจริตฝ่ายกล่าวอ้างจะต้องนำสืบหักล้างความข้อนี้ต่อศาล.โจทก์ฟ้องสี่สำนวนว่านาตามโฉนดที่ ๗๕๕,๗๕๗ เปนของโจทก์โดยซื้อจากพระองค์เจ้าเหมวดี จำเลยรุกที่นา จำเลยให้การว่า ได้ครอบครองนารายพิพาทมาเกิน ๑๐ ปี และการโอนซื้อของโจทก์ไม่สุจริต ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยปกครองมาเกิน ๑๐ ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ แม้โจทก์จะซื้อโดยสุจริตมีค่าตอบแทนก็ไม่ได้กรรมสิทธิ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อโจทก์นำสืบว่าได้ซื้อโดยสุจริตและค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนแล้วซึ่งจำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างข้อนี้ โจทก์ย่อมได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔+ จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิในที่รายพิพาท เพราะได้ซื้อมาโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนแล้ว แม้จำเลยจะได้ครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีขณะที่โจทก์ซื้อก็ตามจะสู้สิทธิของโจทก์หาได้ไม่ โจทก์ได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๙ จึงพิพากษายืนศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62 - 65/2488นายเสียบ โพธิ์นิมิตรโจทก์นายแพ ชำแป้ง, นายอยู่ เสือเอ๋ง ,นายแดง อิ่มสุรา, นายขุน นายรอด,นายวาดอินทจิตต์จำเลย ป.พ.พ. ม. 5, ม. 1299, ม. 1382 ป.วิ.พ. ม. 84.การครอบครองที่ดินเกิน 10 ปีแล้ว แม้จะได้ครอบครองอยู่ในขณะมีการซื้อขายที่ดินกันก็ตาม เมื่อผู้ซื้อที่ดินโดยสุจริตมีค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิแล้วย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ครอบครอง. เมื่ออ้างว่าการโอนที่ดินไม่สุจริตฝ่ายกล่าวอ้างจะต้องนำสืบหักล้างความข้อนี้ต่อศาล.โจทก์ฟ้องสี่สำนวนว่านาตามโฉนดที่ คำพิพากษา ๗๕๕,๗๕๗ เปนของโจทก์โดยซื้อจากพระองค์เจ้าเหมวดี จำเลยรุกที่นา จำเลยให้การว่า ได้ครอบครองนารายพิพาทมาเกิน ๑๐ ปี และการโอนซื้อของโจทก์ไม่สุจริต ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยปกครองมาเกิน ๑๐ ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ แม้โจทก์จะซื้อโดยสุจริตมีค่าตอบแทนก็ไม่ได้กรรมสิทธิ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อโจทก์นำสืบว่าได้ซื้อโดยสุจริตและค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนแล้วซึ่งจำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างข้อนี้ โจทก์ย่อมได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔+ จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิในที่รายพิพาท เพราะได้ซื้อมาโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนแล้ว แม้จำเลยจะได้ครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีขณะที่โจทก์ซื้อก็ตามจะสู้สิทธิของโจทก์หาได้ไม่ โจทก์ได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๙ จึงพิพากษายืนศาลอุทธรณ์(อิศรภักดีธรรมวิเทต-อิศรภักดีธรรมวิเทต-ประมูล สุวรรณศร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องสี่สำนวนว่านาตามโฉนดที่ ๗๕๕,๗๕๗ เปนของโจทก์โดยซื้อจากพระองค์เจ้าเหมวดี จำเลยรุกที่นา จำเลยให้การว่า ได้ครอบครองนารายพิพาทมาเกิน ๑๐ ปี และการโอนซื้อของโจทก์ไม่สุจริต ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยปกครองมาเกิน ๑๐ ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ แม้โจทก์จะซื้อโดยสุจริตมีค่าตอบแทนก็ไม่ได้กรรมสิทธิ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อโจทก์นำสืบว่าได้ซื้อโดยสุจริตและค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนแล้วซึ่งจำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างข้อนี้ โจทก์ย่อมได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔+ จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิในที่รายพิพาท เพราะได้ซื้อมาโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนแล้ว แม้จำเลยจะได้ครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีขณะที่โจทก์ซื้อก็ตามจะสู้สิทธิของโจทก์หาได้ไม่ โจทก์ได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๙ จึงพิพากษายืนศาลอุทธรณ์ องค์คณะ: อิศรภักดีธรรมวิเทต - อิศรภักดีธรรมวิเทต - ประมูล สุวรรณศร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 5, ป.พ.พ. มาตรา 1299, ป.พ.พ. มาตรา 1382, ป.วิ.พ. มาตรา 84. แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา