1พินัยกรรมแบบเขียนเองตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.1657 กฎหมายห้ามมิให้พิมพ์นิ้วมือ. พินัยกรรมที่ทำถูกต้องตาม ม.1656 ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือโดยมีพะยานเซ็นรับรองลายนิ้วมือ 2 คนย่อมใช้ได้ไม่จำต้องมีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คนแล้วมีพะยานรับรองลายมือชื่ออีก 2 คน เพราะพะยานที่รับรองลายนิ้วมือใช้เป็นพะยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้.โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกและขอแบ่งทรัพย์ที่ตนเป็นหุ้นส่วนอยู่ ในคดีเรื่องมรดก จำเลยต่อสู้หลายประการและนายนาคได้ทำพินัยกรรมทรัพย์ทั้งหมดให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นและ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่มาสู่ศาลฎีกามีว่า พินัยกรรมที่นายนาคได้ทำยกทรัพย์ให้จำเลยนั้น นายนาคได้พิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรม โดยมีพะยานเซ็นรับรอง ๒ คนเช่นนี้ จะใช้ได้หรือไม่เพราะเท่ากับรับรองลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น ไม่ใช่รับรองลายมือชื่อในพินัยกรรม ศาลฎีกาเห็นว่า การพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมนั้น กฎหมายห้ามไว้ฉะเพาะพินัยกรรมแบบเขียนเองตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.๑๖๕๗ วรรคสุดท้ายเท่านั้น ส่วนพินัยกรรมรายนี้ได้ทำถูกต้องตาม ม.๑๓๕๖ และ ๑๖๖๕ แล้ว เห็นว่าพะยานที่รับรองลายนิ้วมือนี้ใช้เป็นพะยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้ ไม่จำต้องมีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือสองคน แล้วมีพะยานรับรองลายมือชื่ออีกสองคนซึ่งรวมเป็น ๔ คน จึง
3พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387 - 388/2488นายถุง ปิ่นแก้ว กับพวกโจทก์นางโปร่ง สถาปิตานนท์จำเลย ป.พ.พ. ม. 4, ม. 1656, ม. 1657 และ 1พินัยกรรมแบบเขียนเองตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.1657 กฎหมายห้ามมิให้พิมพ์นิ้วมือ. พินัยกรรมที่ทำถูกต้องตาม ม.1656 ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือโดยมีพะยานเซ็นรับรองลายนิ้วมือ 2 คนย่อมใช้ได้ไม่จำต้องมีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ
12 คนแล้วมีพะยานรับรองลายมือชื่ออีก 2 คน เพราะพะยานที่รับรองลายนิ้วมือใช้เป็นพะยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้.โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกและขอแบ่งทรัพย์ที่ตนเป็นหุ้นส่วนอยู่ ในคดีเรื่องมรดก จำเลยต่อสู้หลายประการและนายนาคได้ทำพินัยกรรมทรัพย์ทั้งหมดให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นและ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่มาสู่ศาลฎีกามีว่า พินัยกรรมที่นายนาคได้ทำยกทรัพย์ให้จำเลยนั้น นายนาคได้พิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรม โดยมีพะยานเซ็นรับรอง ๒ คนเช่นนี้ จะใช้ได้หรือไม่เพราะเท่ากับรับรองลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น ไม่ใช่รับรองลายมือชื่อในพินัยกรรม ศาลฎีกาเห็นว่า การพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมนั้น กฎหมายห้ามไว้ฉะเพาะพินัยกรรมแบบเขียนเองตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.๑๖๕๗ วรรคสุดท้ายเท่านั้น ส่วนพินัยกรรมรายนี้ได้ทำถูกต้องตาม ม.๑๓๕๖ และ ๑๖๖๕ แล้ว เห็นว่าพะยานที่รับรองลายนิ้วมือนี้ใช้เป็นพะยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้ ไม่จำต้องมีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือสองคน แล้วมีพะยานรับรองลายมือชื่ออีกสองคนซึ่งรวมเป็น ๔ คน จึง
3พิพากษายืน(นาถปรีชา-อิศรภักดีธรรมวิเทต-เลขวณิชธรรมวิทักษ์)ศาลชั้นต้น - นายทับทิม เกสคุปต์ศาลอุทธรณ์ - นายมารค อุนหะนันทน์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกและขอแบ่งทรัพย์ที่ตนเป็นหุ้นส่วนอยู่ ในคดีเรื่องมรดก จำเลยต่อสู้หลายประการและนายนาคได้ทำพินัยกรรมทรัพย์ทั้งหมดให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นและ
4ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่มาสู่ศาลฎีกามีว่า พินัยกรรมที่นายนาคได้ทำยกทรัพย์ให้จำเลยนั้น นายนาคได้พิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรม โดยมีพะยานเซ็นรับรอง ๒ คนเช่นนี้ จะใช้ได้หรือไม่เพราะเท่ากับรับรองลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น ไม่ใช่รับรองลายมือชื่อในพินัยกรรม ศาลฎีกาเห็นว่า การพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมนั้น กฎหมายห้ามไว้ฉะเพาะพินัยกรรมแบบเขียนเองตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.๑๖๕๗ วรรคสุดท้ายเท่านั้น ส่วนพินัยกรรมรายนี้ได้ทำถูกต้องตาม ม.๑๓๕๖ และ ๑๖๖๕ แล้ว เห็นว่าพะยานที่รับรองลายนิ้วมือนี้ใช้เป็นพะยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้ ไม่จำต้องมีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือสองคน แล้วมีพะยานรับรองลายมือชื่ออีกสองคนซึ่งรวมเป็น ๔ คน จึง
5พิพากษายืน