1ความว่า โจทก์ฎีกา แต่ปรากฏว่าคำฟ้องฎีกาแผ่นสุดท้ายซึ่งเป็นท้ายฎีกายังบกพร่องอยู่จึงขอแก้ไขฎีการายละเอียดปรากฏตามคำร้อง นอกจากข้อความที่ข้อแก้ไขนี้โจทก์ขอถือเอา ตามคำฟ้องฎีกาเดิมทุกประการ โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 วรรคหนึ่ง,337 วรรคหนึ่ง,83เรียงกระทงลงโทษ ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานจำคุกคนละ 1 ปี ฐานกรรโชกจำคุกคนละ 4 ปี รวมจำคุกจำเลยคนละ 5 ปี ให้จำเลย ทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 30,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขัง จำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกา
4โจทก์ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63,64 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นการแก้ข้อผิดพลาดเล็กน้อยจึงอนุญาตให้แก้ไขฎีกาได้ตามคำร้อง ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทั้งสอง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2158/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายศุภฤกษ์ วิมลมุกข์ กับพวกจำเลยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 179ความว่า
5โจทก์ฎีกา แต่ปรากฏว่าคำฟ้องฎีกาแผ่นสุดท้ายซึ่งเป็นท้ายฎีกายังบกพร่องอยู่จึงขอแก้ไขฎีการายละเอียดปรากฏตามคำร้อง นอกจากข้อความที่ข้อแก้ไขนี้โจทก์ขอถือเอา ตามคำฟ้องฎีกาเดิมทุกประการ โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่
6ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 วรรคหนึ่ง,337 วรรคหนึ่ง,83เรียงกระทงลงโทษ ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานจำคุกคนละ 1 ปี ฐานกรรโชกจำคุกคนละ 4 ปี รวมจำคุกจำเลยคนละ 5 ปี ให้จำเลย ทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 30,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
7ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ
1ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขัง จำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63,64 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นการแก้ข้อผิดพลาดเล็กน้อยจึงอนุญาตให้แก้ไขฎีกาได้ตามคำร้อง ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทั้งสอง(ประสิทธิ์ แสนศิริ-สมภพ โชติกวณิชย์-ทวิช กำเนิดเพ็ชร์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: