คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2535

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ความว่า ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยทั้งสองได้ยื่น คำร้องฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2535 เพื่อให้ศาลชั้นต้นงดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา และขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความ ทั้งนี้ด้วยเหตุ สืบเนื่องจากโจทก์ร่วมได้นำมูลหนี้ตามเช็คพิพาทในคดีนี้ฟ้องจำเลยทั้งสองและนายวัจน์อภิบาลภูวนารถ ต่อศาลแพ่งตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 16000/2530 แดงที่ 20267-20268/2531 ศาลแพ่ง

2พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ไม่ยื่นฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย คดีแพ่งดังกล่าวจึงถึงที่สุด เมื่อเช็คพิพาทในคดีนี้ไม่มีมูลหนี้ต่อกันโดยผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วมูลหนี้ตามเช็คพิพาทในคดีนี้จึงเป็นอันสิ้นผลผูกพันไปก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด มีผลทำให้คดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 แต่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำร้องฉบับดังกล่าวของจำเลยทั้งสองว่า รวม พร้อมกับเปิดซองคำพิพากษาศาลฎีกาออกอ่านให้แก่จำเลยที่ 2 ฟัง จึงเป็นการคลาดเคลื่อนต่อข้อกฎหมายอยู่บางประการ โปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาของ ศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2535 และสั่งจำหน่ายคดี ออกจากสารบบความเนื่องจากคดีเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ด้วยหมายเหตุ ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องของ จำเลยทั้งสองว่ารับคำร้อง สำเนาให้โจทก์และโจทก์ร่วม จะคัดค้านประการใดให้ยื่นใน 7 วัน นับแต่วันรับสำเนา โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่ยื่น คำคัดค้านภายในกำหนด (อันดับ 99, สำนวนธุรการอันดับ 93)ระหว่างพิจารณา นางนิรมลพูลเกษร ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต

3ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มี กำหนด 1 ปีต่อมาศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จ และสั่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่อ อ่านให้คู่ความฟังก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟัง จำเลยทั้งสอง ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2535 ขอให้ศาลชั้นต้น งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า รวม (อันดับ 94)และศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2535(อันดับ 96 แผ่นที่ 11 หน้า 2)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว และศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้อง แล้ว (อันดับ 99,100,122)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เช็คที่โจทก์ฟ้องจำเลยใน

คำพิพากษา

1คดีนี้โจทก์ร่วม ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งให้ชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ พิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าได้มีการชำระเงินตามเช็ค ดังกล่าวไปแล้ว และจำเลยได้ยื่นคำร้องแถลงผลของคำพิพากษา ดังกล่าวให้ศาลชั้นต้นทราบก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ถือได้ว่าหนี้ที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 4 ได้ออกเช็ค เพื่อใช้เงินนั้น ได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้คู่ความฟัง เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยผิดหลงจึงให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่24 กุมภาพันธ์ 2535 นั้นเสีย ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ และให้ ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาคืนศาลฎีกา

(ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ - เจริญ นิลเอสงฆ์ - โสภณ จันเทรมะ)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 7, ป.วิ.อ. มาตรา 15, ป.วิ.อ. มาตรา 39, ป.วิ.อ. มาตรา 140, ป.วิ.พ. มาตรา 27, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3, ป.อ. มาตรา 83

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ