คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5721/2544

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ศาลจะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจ โดยศาลอาจหยิบยกเหตุต่าง ๆ ตาม ป.อ. มาตรา 56 ขึ้นวินิจฉัยประกอบดุลพินิจก็ได้ เมื่อศาลใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยย่อมแสดงว่าศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ อาชีพ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาและภาวะแห่งจิตของจำเลยตลอดจนเหตุอื่นแล้ว โดยศาลไม่จำเป็นต้องระบุถึงเหตุต่าง ๆ ตาม ป.อ. มาตรา 56 ให้ปรากฏโดยแจ้งชัดในคำพิพากษา นอกจากนี้ ป.อ. มาตรา 56 ก็มิใช่บทมาตราซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดหรือบทกำหนดโทษ และไม่ใช่กรณีที่ศาลรอการ ลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ศาลจึงไม่ต้องปรับบทมาตราดังกล่าวในคำพิพากษา การกระทำความผิดใดเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ หาเป็นการปรับบทลงโทษ คลาดเคลื่อนต่อ ป.อ. มาตรา 63 ไม่ เมื่อศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลย

2จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโดยมิได้อ้างว่าจำเลยมีจิตฟั่นเฟือน ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีจิตฟั่นเฟือน การที่ศาลมิได้นำ ป.อ. มาตรา 65 มาประกอบการวินิจฉัย จึงชอบแล้ว

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102 (3 ทวิ), 127 ทวิ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ, และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย

2จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยอุทธรณ์

3ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ปรับบทลงโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดย

4จำเลยฎีกาว่า ไม่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้นำบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มาปรับใช้ก่อนมีคำพิพากษา และในคำพิพากษาดังกล่าวมิได้มีถ้อยคำที่แสดงให้เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ อาชีพ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษา และภาวะแห่งจิตดังที่ระบุไว้ในมาตราดังกล่าว เห็นว่า การจะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจของศาล โดยศาลอาจหยิบยกเหตุต่าง ๆ ดังกล่าว หรือเหตุอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ขึ้นวินิจฉัยประกอบดุลพินิจก็ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยย่อมแสดงว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้คำนึงถึง อายุ ประวัติ อาชีพ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษา และภาวะแห่งจิตของจำเลยตลอดจนเหตุอื่นแล้ว เห็นว่าไม่สมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยซึ่งไม่จำเป็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จะต้องระบุถึงเหตุต่าง ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ดังกล่าวให้ปรากฏโดยแจ้งชัดในคำพิพากษาด้วยแต่ประการใด นอกจากนี้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ก็มิใช่บทมาตราซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดหรือบทกำหนดโทษ และไม่ใช่กรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จะรอการ ลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่ต้องปรับบทมาตราดังกล่าวในคำพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ปรับบทลงโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

5จำเลยฎีกาประการที่สองว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำเลยจากความผิดที่ไม่ใช่ผลธรรมดาโดยรับฟัง ข้อเท็จจริงว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถยนต์บรรทุกย่อมเสี่ยงต่อการเกิดภยันตรายร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวม สมควรแก่การปราบปราม เป็นการนำการกระทำความผิดที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นมาปรับบทลงโทษจำเลยโดยถือว่าเป็น นโยบายปราบปราม จึงเป็นการปรับบทลงโทษคลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 63 นั้น เห็นว่า การกระทำความผิดใดเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 หยิบยกสภาพ ความผิดในคดีนี้ขึ้นวินิจฉัย จึงชอบที่จะกระทำได้ หาเป็นการปรับบทลงโทษคลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 63 ดังที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใดไม่ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ส่วนที่

6จำเลยฎีกาประการที่สามว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน ภาวะสภาพจิตใจย่อมฟั่นเฟือนตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 บัญญัติไว้ แต่ไม่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้หยิบยกบทมาตราดังกล่าวมาประกอบ คำพิพากษาไว้ด้วยนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลย

7จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โดยมิได้อ้างว่าจำเลยมีจิตฟั่นเฟือน ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีจิตฟั่นเฟือน ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มิได้นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 มาประกอบการวินิจฉัย จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน?

8พิพากษายืน.

(กมล เพียรพิทักษ์ - สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ - จรัส พวงมณี)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 56, ป.อ. มาตรา 63, ป.อ. มาตรา 65, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91, พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102, พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ