คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2517

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ในการตรวจคำขอรับชำระหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทำการสอบสวนแล้ว โดยผู้ขอรับชำระหนี้อ้างส่งเอกสารหลักฐานแห่งหนี้และอ้างตนเองเป็นพยาน ไม่ปรากฏว่านอกจากนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยังประสงค์จะอ้างอิงหลักฐานหรือพยานอื่นใดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนเพิ่มเติมอีกทั้งในชั้นศาลชั้นต้นพิจารณาผู้ขอรับชำระหนี้ก็มิได้ร้องขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนพยานเพิ่มเติม และในชั้นอุทธรณ์ก็มิได้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้มีการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก จึงไม่มีเหตุอย่างใดที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วทำความเห็นใหม่เนื่องจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย นายชาญ เตชะวณิช ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่าควรยกคำขอรับชำระหนี้เสีย ศาลชั้นต้นสั่งเห็นชอบตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์

2ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนหลักฐานต่อไปแล้วทำความเห็นส่งสำนวนต่อศาลใหม่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา

3ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในการตรวจคำขอรับชำระหนี้ของผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทำการสอบสวนแล้วโดยผู้ขอรับชำระหนี้อ้างส่งเอกสารหลักฐานแห่งหนี้และอ้างตนเองเป็นพยาน ไม่ปรากฏเลยว่านอกจากนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยังประสงค์จะอ้างอิงหลักฐานหรือพยานอื่นใดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนเพิ่มเติมอีก ในชั้นศาลชั้นต้นพิจารณา ผู้ขอรับชำระหนี้ก็มิได้ร้องขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนพยานเพิ่มเติม และแม้ในชั้นอุทธรณ์ ผู้ขอรับชำระหนี้ก็หาได้อุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้มีการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีกไม่

คำพิพากษา

1จึงไม่มีเหตุอย่างใดที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วทำความเห็นใหม่พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ของผู้ขอรับชำระหนี้ในประเด็นข้ออื่นแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

(รื่น วิไลชนม์ - สนับ คัมภีรยส - สรรเสริญ ไกรจิตติ)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ