คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3327-3328/2563

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามฟ้องข้อ 4.1 และ 4.2 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ฎีกาของโจทก์ที่ 2 ในส่วนนี้เป็นฎีกาที่ต้องห้าม ศาลฎีกาไม่รับไว้พิจารณา การพิจารณาต่อสัญญาจ้างพนักงานตามภารกิจเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกเทศมนตรี โดยจะต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้างด้วย โจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2551 การที่ในเดือนกันยายน 2551 ส. ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่แทนนายกเทศมนตรีทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจมีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2555 นั้น เป็นกรณีพิจารณาต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจต่อไป จึงต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภู ข้อ 34 และข้อ 44 เมื่อก่อนที่ ส. ต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 ไม่ได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 และไม่มีผลการปฏิบัติงานเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ไม่ต่ำกว่าระดับดี การที่ ส. ต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 มีกำหนด 4 ปี จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีผลผูกพันเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกเทศมนตรีจึงมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับงบประมาณได้ สำหรับสัญญาจ้างพนักงานจ้างไม่ลงวันที่มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2556 โจทก์ที่ 2 และพนักงานจ้างอีก 14 คน เขียนกรอกข้อความในแบบพิมพ์สัญญาจ้างตามคำบอกของจำเลยที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน 2552 โดยไม่ปรากฏว่ามีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 และพนักงานจ้างอีก 14 คน เพื่อใช้ประกอบการต่อสัญญาจ้างแล้วหรือไม่ จึงอยู่ในขั้นเตรียมการที่จะเสนอให้จำเลยที่ 1 เพื่อพิจารณาต่อสัญญาจ้างหรือไม่เท่านั้น ยังไม่มีผลผูกพันเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา เพราะจะต้องเสนอให้จำเลยที่ 1 พิจารณาเสียก่อนว่าเห็นชอบและอนุมัติตามระยะเวลาการจ้างดังกล่าวหรือไม่ การที่ ย. แก้ไขกำหนดระยะเวลาการจ้างและปีสิ้นสุดสัญญาและจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไขนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภู การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และการที่จำเลยที่ 1 ใช้สัญญาจ้างพนักงานแสดงต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภูก็ไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม และไม่เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ประเมินชั้นต้น ประเมินการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ว่าควรปรับปรุง คณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้าง ประกอบด้วยจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และ ส. เห็นด้วยกับการประเมินข้างต้นว่าไม่ผ่านการประเมิน อันเป็นดุลพินิจของผู้ประเมินและคณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้าง แบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานจ้างจึงมิใช่เอกสารปลอมหรือเอกสารเท็จ และฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด โจทก์สำนวนแรกฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 90, 91, 157, 161, 162, 264, 265, 266 (1) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องข้อ 2.1 ข้อ 2.2 ข้อ 3.2 ข้อ 4.1 และข้อ 4.2 มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ส่วนฟ้องข้อ 3.1 ไม่มีมูลให้ยกฟ้อง โจทก์สำนวนหลังฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 157, 264, 265, 266, 268

คำพิพากษา

1คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 2 เรียกจำเลยที่ 1 สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 สำนวนแรกว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ตามลำดับ

2จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

3ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 266 (1), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83, 266 (1) จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 เนื่องจากจำเลยที่ 1 เป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมนั้นเอง จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำเลยที่ 1 ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ มุ่งหมายให้คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภูมีมติเลิกจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นเจตนาเดียว เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266 (1) ตามมาตรา 268 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ (ประเมินการทำงานโจทก์ที่ 2) โดยมิชอบจำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 4 มีกำหนด 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา

4ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2551 ถึงเดือนตุลาคม 2555 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล จำเลยที่ 4 เป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งนักบริหารงานสาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งปลัดเทศบาล ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เทศบาลตำบลสุวรรณคูหา ทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานประเภทพนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน เดือนกันยายน 2551 ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสุวรรณคูหาว่างลงเนื่องจากครบวาระอยู่ระหว่างจัดการเลือกตั้งมีนายสมศักดิ์ ปลัดเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี วันที่ 31 ตุลาคม 2551 เทศบาลตำบลสุวรรณคูหา โดยนายสมศักดิ์ทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานประเภทพนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในมีกำหนด 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2555 โดยมีคำสั่งอนุมัติให้ทำสัญญาจ้างบุคคลอื่นเป็นพนักงานจ้างมีกำหนด 4 ปี ในคราวเดียวกันกับโจทก์ที่ 2 อีก 14 คน ตามคำสั่งอนุมัติในบันทึกข้อความ เรื่อง ขออนุมัติดำเนินการต่อสัญญาของพนักงานจ้าง คดีสำนวนแรกซึ่งโจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 5 นั้น ศาลชั้นต้นและ

5ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 2 ยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และที่ 5 แต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อนุญาตให้โจทก์ที่ 2 ฎีกาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 2 ในส่วนนี้ คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และที่ 5 จึงถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 2 ว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยการจัดทำฎีกาเบิกจ่ายค่าตอบแทนโจทก์ที่ 2 ในฐานะเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการอันเป็นความเท็จ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

6พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 โจทก์ที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามฟ้องข้อ 4.1 และ 4.2 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาแล้วรับฟังว่า บันทึกข้อตกลงการจ้างไม่เป็นเอกสารปลอม และการจัดทำฎีกาเบิกจ่ายค่าตอบแทนเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2553 แก่โจทก์ที่ 2 เดือนละ 6,600 บาท ไม่เป็นความเท็จ

7พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 4

8พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามฟ้องข้อ 4.1 และ 4.2 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ฎีกาของโจทก์ที่ 2 เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในส่วนนี้เป็นฎีกาที่ต้องห้าม การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ที่ 2 ในส่วนนี้มาด้วยจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับไว้พิจารณา ให้ยกฎีกาของโจทก์ที่ 2 ในส่วนนี้ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อแรกว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นตัวการร่วมปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ ใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมและฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ เห็นว่า การพิจารณาต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้างตามภารกิจหรือไม่จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกเทศมนตรี โดยจะต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้างด้วย โจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2551 การที่ในเดือนกันยายน 2551 นายสมศักดิ์ ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่แทนนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสุวรรณคูหาทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจมีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2555 นั้น เป็นกรณีพิจารณาต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจต่อไป จึงต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภู ข้อ 34 และข้อ 44 แต่ทางนำสืบของโจทก์ทั้งสองไม่ปรากฏว่าก่อนที่นายสมศักดิ์ต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 นั้นได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 แล้วโดยมีผลการปฏิบัติงานเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ไม่ต่ำกว่าระดับดี ส่วนที่โจทก์ทั้งสองนำสืบถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ตามแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้าง เป็นการประเมินผลในปี 2553 จึงฟังไม่ได้ว่าก่อนที่นายสมศักดิ์ต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 ได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 และมีผลการปฏิบัติงานเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ไม่ต่ำกว่าระดับดี การที่นายสมศักดิ์ต่อสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจตามสัญญาจ้างลงวันที่ 31 ตุลาคม 2551 มีกำหนด 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2555 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีผลผูกพันเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกเทศมนตรีจึงมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับงบประมาณได้ สำหรับสัญญาจ้างพนักงานจ้างไม่ลงวันที่มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2556 รับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 2 และพนักงานจ้างอีก 14 คน เขียนกรอกข้อความในแบบพิมพ์สัญญาจ้างตามคำบอกของจำเลยที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน 2552 นั้น โดยที่ทางนำสืบของโจทก์ทั้งสองไม่ปรากฏว่ามีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 และพนักงานจ้างอีก 14 คน เพื่อใช้ประกอบการต่อสัญญาจ้างแล้วหรือไม่ กรณีจึงอยู่ในขั้นเตรียมการที่จะเสนอให้จำเลยที่ 1 เพื่อพิจารณาต่อสัญญาจ้างหรือไม่เท่านั้น แม้โจทก์ที่ 2 และพนักงานจ้างเขียนกรอกข้อความในแบบพิมพ์สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ก็ตาม แต่ยังไม่มีผลผูกพันเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา เพราะจะต้องเสนอให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้พิจารณาเสียก่อนว่าเห็นชอบและอนุมัติตามระยะเวลาการจ้างดังกล่าวหรือไม่ การที่นางสาวยุภาแก้ไขกำหนดระยะเวลาการจ้างและปีสิ้นสุดสัญญาตามสัญญาจ้าง และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไขนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภู การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและการที่จำเลยที่ 1 ใช้สัญญาจ้างพนักงานแสดงต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดหนองบัวลำภูก็ไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม และไม่เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ที่

9ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานดังกล่าวและลงโทษมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันปลอมหรือประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 เป็นเท็จเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ ในปัญหานี้โจทก์ที่ 2 บรรยายฟ้อง ข้อ 3.2 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันปลอมแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2553 ว่าโจทก์ที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ได้ต่ำกว่าที่กำหนดไม่ผ่านการประเมิน อันเป็นความเท็จ เพราะความจริงไม่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ในช่วงเวลาดังกล่าว และจำเลยที่ 3 ที่ 4 และนายสมศักดิ์ไม่ได้เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงาน ทางนำสืบของโจทก์ที่ 2 รับฟังได้ว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2553 โจทก์ที่ 2 เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ ดังนั้น การประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ต้องบังคับตามคำสั่งเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา ที่ 202/2553 ลงวันที่ 21 กันยายน 2553 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้างฯ ประจำปีงบประมาณ 2553 ซึ่งประกอบด้วย จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการ ปลัดเทศบาลและจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการ และหัวหน้ากองหรือหัวหน้าสำนักงานฯ ที่มีพนักงานจ้างฯ ปฏิบัติงานอยู่เป็นกรรมการและเลขานุการ จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาลซึ่งโจทก์ที่ 2 ปฏิบัติงานอยู่ จำเลยที่ 3 จึงเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองผลการปฏิบัติงานจ้างตามภารกิจ สำหรับนายสมศักดิ์ได้กลับมาดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลสุวรรณคูหาโดยชอบก่อนมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้างฯ ดังกล่าว นายสมศักดิ์จึงมีอำนาจหน้าที่กลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 และข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในปีงบประมาณ 2553 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ประเมินชั้นต้น ประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ว่าควรปรับปรุง ตามแบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานจ้างคณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้างฯ ประกอบด้วยจำเลยที่ 3 ที่ 4 นายสมศักดิ์และจำเลยที่ 1 เห็นด้วยกับการประเมินข้างต้นว่า ไม่ผ่านการประเมิน อันเป็นดุลพินิจของผู้ประเมินและคณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานจ้าง แบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานจ้าง จึงมิใช่เอกสารปลอมหรือเอกสารเท็จ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ที่

10ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดและลงโทษมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฟังขึ้น ส่วนที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้นไม่จำต้องวินิจฉัย และที่โจทก์ที่ 2 ฎีกาในข้อสุดท้ายขอให้

11ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ในอัตราโทษสูงสุดโดยไม่ลดโทษนั้น เห็นว่า เมื่อ

12ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้กระทำความผิดแล้ว กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของโจทก์ที่ 2 อีกต่อไป ที่

13ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดและลงโทษมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฟังขึ้น ฎีกาของโจทก์ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

14พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

(สุทิน นาคพงศ์ - กิจชัย จิตธารารักษ์ - สิริกานต์ มีจุล)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 157, ป.อ. มาตรา 264, ป.อ. มาตรา 266, ป.อ. มาตรา 268, ป.วิ.อ. มาตรา 220, ป.วิ.อ. มาตรา 221, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 84, ป.อ. มาตรา 90, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 161, ป.อ. มาตรา 162, ป.อ. มาตรา 265, ป.อ. มาตรา 78

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ