D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2482

อัยยการสงขลาโจทก์ นายโห้ไล่ นายจิ้วสายจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1จำเลยเข้าไปในห้องว่าแล้วเซาะหัวตะปูฝาห้องเจ้าทรัพย์เพื่อจะใช้คีมถอนตะปูแล้วเปิดฝาออกเข้าไปลักทรัพย์ จำเลยเซาะตะปูได้ 8 ตัวก็เลิกเซาะกลับไปดังนี้ ยังไม่มีผิดฐานพยายามลักทรัพย์จำเลยกับ ล.อยู่ห้องแถว ๆ เดียวกันมีห้องว่าคั่นกลาง จำเลยเข้าไปเซาะไม้ฝาห้องของ ล.ทางห้องว่าง ล.รู้สึกตัวเสียก่อนจำเลยจึงเลิกไม่เซาะไม้ต่อไปปรากฎว่ามีรอยเซาะข้างหัวตะปู ๘ ตัว ศาลฎีกาตัดสินว่าแม้จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้เซาะหัวตะปูรายนี้เพื่อเป็นการสดวกที่จำเลยจะใช้คืมถอนตะปูแล้ว เปิดฝากระดานเข้าไปลักทรัพย์

2ทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เซาะหัวตะปูไว้เท่านั้น แม้จะฟังว่าจำเลยพยายามลักทรัพย์ จำเลยก็ยับยั้งเสียด้วยใจตนเอง โดยปีนข้ามห้องว่างกลับไป จำเลยจึงยังไม่มีความผิด ดัง

3ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2482อัยยการสงขลาโจทก์นายโห้ไล่ นายจิ้วสายจำเลย ป.อ. ม. 60, ม. 61, ม. 293, ม. 288จำเลยเข้าไปในห้องว่าแล้วเซาะหัวตะปูฝาห้องเจ้าทรัพย์เพื่อจะใช้คีมถอนตะปูแล้วเปิดฝาออกเข้าไปลักทรัพย์ จำเลยเซาะตะปูได้ 8 ตัวก็เลิกเซาะกลับไปดังนี้ ยังไม่มีผิดฐานพยายามลักทรัพย์จำเลยกับ ล.อยู่ห้องแถว ๆ เดียวกันมีห้องว่าคั่นกลาง จำเลยเข้าไปเซาะไม้ฝาห้องของ ล.ทางห้องว่าง ล.รู้สึกตัวเสียก่อนจำเลยจึงเลิกไม่เซาะไม้ต่อไปปรากฎว่ามีรอยเซาะข้างหัวตะปู ๘ ตัว ศาลฎีกาตัดสินว่าแม้จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้เซาะหัวตะปูรายนี้เพื่อเป็นการสดวกที่จำเลยจะใช้คืมถอนตะปูแล้ว เปิดฝากระดานเข้าไปลักทรัพย์

4ทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เซาะหัวตะปูไว้เท่านั้น แม้จะฟังว่าจำเลยพยายามลักทรัพย์ จำเลยก็ยับยั้งเสียด้วยใจตนเอง โดยปีนข้ามห้องว่างกลับไป จำเลยจึงยังไม่มีความผิด ดัง

5ศาลอุทธรณ์พิพากษามา(ดูปลาตร์-อิศร-อรรถกฤต

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ช.เพ็ญชาติ)ศาลชั้นต้น - หลวงพิสัยสารคุณศาลอุทธรณ์ - พระวรวุฒิวินิจฉัยแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: จำเลยกับ ล.อยู่ห้องแถว ๆ เดียวกันมีห้องว่าคั่นกลาง จำเลยเข้าไปเซาะไม้ฝาห้องของ ล.ทางห้องว่าง ล.รู้สึกตัวเสียก่อนจำเลยจึงเลิกไม่เซาะไม้ต่อไปปรากฎว่ามีรอยเซาะข้างหัวตะปู ๘ ตัว ศาลฎีกาตัดสินว่าแม้จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้เซาะหัวตะปูรายนี้เพื่อเป็นการสดวกที่จำเลยจะใช้คืมถอนตะปูแล้ว เปิดฝากระดานเข้าไปลักทรัพย์

2ทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เซาะหัวตะปูไว้เท่านั้น แม้จะฟังว่าจำเลยพยายามลักทรัพย์ จำเลยก็ยับยั้งเสียด้วยใจตนเอง โดยปีนข้ามห้องว่างกลับไป จำเลยจึงยังไม่มีความผิด ดัง

3ศาลอุทธรณ์พิพากษามา

(ดูปลาตร์ - อิศร - อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)

ศาลชั้นต้น - หลวงพิสัยสารคุณศาลอุทธรณ์ - พระวรวุฒิวินิจฉัย