1ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของ โจทก์ระงับ ไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) ให้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ มีความหมายว่า
2ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328 และให้จำเลยชำระค่าเสียหายในการทำละเมิด ต่อโจทก์เป็นเงิน 200,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะคดีส่วนอาญา คดีส่วนแพ่งให้ไปฟ้องยังศาลที่มีเขตอำนาจคดีอยู่ระหว่างศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยยื่นคำร้องว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ ฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ 4057/2539 ของศาลชั้นต้น ขอให้ยกฟ้องจำหน่ายคดี
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เป็นฟ้องซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) โจทก์นำคดีมาฟ้องอีกไม่ได้ ให้จำหน่ายคดี
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลฎีกาสั่งว่า "ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธินำคดีอาญา มาฟ้อง ของโจทก์ระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ มีความหมายว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
4พิพากษายกฟ้อง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง"