D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ตัวบทกฎหมาย › พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2484 (ยกเลิก)

พระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช 2484 (ยกเลิก)

มาตรา 1

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๔๘๔”

มาตรา 2

มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  • ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/หน้า ๑๙๖๓/๓๐ ธันวาคม ๒๔๘๔

มาตรา 3

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๔๗๗ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๒ และบรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ในพระราชบัญญัตินี้

  • มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕

มาตรา 4

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

วรรคสอง“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

วรรคสาม“เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว หมายความว่า เทศบาล ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นสุขาภิบาลแล้ว หมายความว่า สุขาภิบาล ส่วนในท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลหรือสุขาภิบาล หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบให้ทำหน้าที่แทน

วรรคสี่“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว หมายความว่า คณะเทศมนตรี ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นสุขาภิบาลแล้ว หมายความว่า คณะกรรมการสุขาภิบาล ส่วนในท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลหรือสุขาภิบาล หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบให้ทำหน้าที่แทน

วรรคห้า“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจตราดูแลและรับผิดชอบในการดำเนินการสาธารณสุข ในจังหวัดหรือท้องถิ่นใด ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

วรรคหก“มูลฝอย” หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษ อาหาร เศษสินค้า เถ้ามูลสัตว์ และซากสัตว์ รวมตลอดถึงวัตถุอื่นใดซึ่งเก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์ หรือที่อื่น

วรรคเจ็ด“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า อุจจาระและปัสสาวะ รวมตลอดถึงวัตถุอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครกและมีกลิ่นเหม็น

วรรคแปด“การแต่งผม” หมายความรวมตลอดถึงการตัดผมหรือหนวด การโกนผม ขน หนวด หรือเครา การดัดหนวด การกันหน้าหรือคอ การตัดหรือจัดทรงผม การสระผม การย้อมผม การนวดหน้าและการแต่งหน้าบรรดาซึ่งกระทำแก่คน

วรรคเก้า“อาหาร” หมายความว่า อาหารสำหรับคนบริโภค รวมตลอดถึงเครื่องดื่มนอกจากน้ำ

วรรคสิบ“ตลาด” หมายความว่า สถานที่ใดซึ่งตามปกติจัดไว้ให้ผู้ค้าใช้เป็นที่ประชุมสำหรับขายอาหารประเภทสัตว์ เนื้อปลา ผัก ผลไม้ หรืออาหารอันมีสภาพเป็นของสดของเสียง่าย แต่ไม่หมายความรวมตลอดถึงตลาดนัดซึ่งจัดให้มีขึ้นแห่งละไม่เกิน ๑๒ วัน ในปีหนึ่ง

วรรคสิบเอ็ด“แผงลอย” หมายความว่า ที่จัดไว้ในถนนสาธารณะ หรือที่สาธารณะ รวมตลอดถึง อาคาร แคร่ แท่น โต๊ะ แผง เสื้อ พื้นดิน เรือหรือแพสำหรับขายอาหาร น้ำแข็ง หรือสิ่ง ของอย่างอื่น

วรรคสิบสอง“ผู้เร่ขาย” หมายความว่า ผู้นำอาหาร น้ำแข็ง เร่ขายในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าทางบกหรือทางน้ำ

  • มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗

มาตรา 5

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

วรรคสองกฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑ สุขาภิบาล

ส่วนที่ ๑ มูลฝอย สิ่งปฏิกูลและสิ่งเปรอะเปื้อน

มาตรา 6

มาตรา ๖ การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูลและสิ่งเปรอะเปื้อนในเขตท้องถิ่นใด ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นนั้นแต่ฝ่ายเดียว แต่กิจการนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะอนุญาตให้บุคคลใดจัดทำในความควบคุมของตนก็ได้ และเพื่อดำเนินการตามมาตรานี้ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ให้มีที่รองรับมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลตามที่สาธารณะและสถานที่เอกชน

(๒) วางระเบียบการเก็บรวบรวมและการขนมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

(๓) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเก็บรวบรวมและการขนมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

(๔) ห้ามการถ่าย เท ทิ้ง หรือทำให้มีขึ้นในถนนสาธารณะและที่สาธารณะซึ่งมูลฝอย สิ่งปฏิกูลและสิ่งเปรอะเปื้อน อันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมสุขภาพหรือความสะอาดหมดจด

(๕) จัดการอื่นใดที่เห็นจำเป็นเพื่อให้ต้องด้วยสุขลักษณะ

ส่วนที่ ๒ การค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

มาตรา 7

มาตรา ๗ กิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ถ้าทำเพื่อการค้า ให้ถือว่าเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๑) การเลี้ยงม้า โค กระบือ

(๒) การเลี้ยงสุกร

(๓) การเลี้ยงแพะ แกะ

(๔) การเลี้ยงห่าน เป็ด ไก่

(๕) การเลี้ยงสัตว์เพื่อรีดเอาน้ำนม การรีดเอาน้ำนม

(๖) การทำเนย เนยเทียม

(๗) การฆ่าห่าน เป็ด ไก่ ยกเว้นการฆ่าในภัตตาคาร โรงแรม หรือร้านข้าวแกงเพื่อปรุงอาหารในนั้น หรือการฆ่าเพื่อปรุงอาหารเร่ขายด้วยตนเอง

(๘) การฟอกหนังสัตว์ การสะสมหนังสัตว์

(๙) การสะสมเขาสัตว์ กระดูกสัตว์ ขนสัตว์ หนังสัตว์ ที่ยังไม่ได้ฟอก

(๑๐) การย้อมที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

(๑๑) การทำกะปิ น้ำปลา น้ำเคย ไตปลา เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว หอยดอง

(๑๒) การทำ การหมัก การสะสม ปลาร้า ปลาเจ่า กุ้งเจ่า

(๑๓) การทำและตากปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็ดเค็ม หนังหมู กุ้งแห้ง การเคี่ยวมันกุ้ง

(๑๔) การนึ่งปลา การต้มปลาซึ่งใช้แทนการนึ่ง ยกเว้นการนึ่งหรือต้มในภัตตาคาร โรงแรม หรือร้านข้าวแกงเพื่อปรุงอาหารในนั้น และการนึ่งหรือต้มเพื่อปรุงอาหารเร่ขายด้วยตนเอง

(๑๕) การทำสบู่

(๑๖) การเคี่ยวหนังสัตว์ เอ็นสัตว์ ไขสัตว์

(๑๗) การอัดเอาน้ำมัน

(๑๘) การเคี่ยวน้ำมัน การทำกวนเชียง หมูตั้ง

(๑๙) การทำเส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ วุ้นเส้น เกี้ยมอี๋

(๒๐) การทำแบ๊ะแซ

(๒๑) การเผาเปลือกหอย

(๒๒) การล้าง การรม การสะสมยางดิบ

(๒๓) กิจการอย่างอื่นซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุว่าเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

กิจการประเภท (๑) (๒) (๓) และ (๔) ถ้าทำตามนัยแห่งกฎหมายว่าด้วยการสวนครัว และการเลี้ยงสัตว์เพื่อประโยชน์แห่งครัวเรือน ไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรานี้

มาตรา 8

มาตรา ๘ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายและเมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี เพื่อจัดการใด ๆ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดประเภทการค้าตามมาตรา ๗ ซึ่งให้ควบคุม

(๒) กำหนดเขตส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในท้องถิ่นในเขตอำนาจของตน ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันแล้ว ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการค้าซึ่งให้ควบคุม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต

(๓) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ประกอบการค้าซึ่งให้ควบคุมและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

(๔) กำหนดเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะโดยทั่วไปสำหรับการค้าซึ่งให้ควบคุม

มาตรา 9

มาตรา ๙ การออกใบอนุญาตให้ประกอบการค้าซึ่งให้ควบคุม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาตมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขโดยเฉพาะซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันมิให้การค้านั้นเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพตามแต่จะเห็นสมควร

มาตรา 10

มาตรา ๑๐ ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับการค้าประเภทเดียวและเฉพาะสำหรับสถานที่แห่งเดียว

มาตรา 11

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาตไม่ยอมออกใบอนุญาตให้อุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรีได้ โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนดสามสิบวัน คำอุทธรณ์นั้นให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเสนอต่อรัฐมนตรีโดยมิชักช้า คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา 12

มาตรา ๑๒ ถ้าผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับจ้างของผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ซึ่งได้กำหนดตามความในมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียได้ แต่การพักใช้ใบอนุญาตนั้น ให้ทำได้ครั้งหนึ่งไม่เกินสามสิบวัน คำสั่งเพิกถอนให้อุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรีได้ โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นภายในกำหนดสามสิบวัน คำอุทธรณ์นั้นให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเสนอต่อรัฐมนตรีโดยมิชักช้า คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

ส่วนที่ ๓ สถานที่ผิดสุขลักษณะ

มาตรา 13

มาตรา ๑๓ เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำว่า อาคารหรือส่วนของอาคารใด หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งต่อเนื่องกับอาคารที่ใช้ เป็นที่สำนักไม่ต้องด้วยสุขลักษณะอันควรจะเป็นที่คนอาศัย และเห็นจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองจัดการใด ๆ ดังต่อไปนี้ ภายในเวลาซึ่งกำหนดให้ตามสมควร

(๑) ย้าย แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือรื้อสิ่งซึ่งไม่ต้องด้วยสุขลักษณะทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

(๒) ทำการปลูกสร้าง หรือจัดการอย่างอื่นตามจำเป็นเพื่อให้ต้องด้วยสุขลักษณะ

มาตรา 14

มาตรา ๑๔ เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำว่าอาคารหรือสถานที่ใดมีสินค้า เครื่องเรือน หรือสัมภาระสะสมไว้เกินควร หรือจัดสิ่งของเหล่านั้นซับซ้อนกันเกินไปจนเป็นซ่องหนู หรือสัตว์ให้โทษชนิดอื่น หรือมีลักษณะส่อให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ ก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองย้ายสินค้า เครื่องเรือน หรือสัมภาระออกจากอาคาร หรือสถานที่นั้น หรือให้จัดสิ่งของเหล่านั้นเสียใหม่ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ หรือให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ตามความจำเป็น โดยกำหนดเวลาให้ทำตามสมควร

มาตรา 15

มาตรา ๑๕ ห้ามมิให้บุคคลใดยอมหรือจัดให้อาคารใดมีคนอยู่มากเกินไปจนเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของผู้อยู่ในนั้น

วรรคสองตามความหมายแห่งมาตรานี้ อาคารหรือห้องใดในอาคารนั้นมีคนอยู่เกินกว่าหนึ่งคนต่อที่ว่างเก้าลูกบาศก์เมตร ให้ถือว่ามีคนอยู่มากเกินไป และในการนับจำนวนคนนั้น ให้นับคนที่มีอายุต่ำกว่าสิบปี สองคนเท่ากับหนึ่งคน

ส่วนที่ ๔ ส้วม ที่รับหรือใส่อุจจาระ และที่ปัสสาวะ

มาตรา 16

มาตรา ๑๖ เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำว่าจำเป็นต้องมีหรือเพิ่มส้วมชนิดใดขึ้นสำหรับอาคารใด หรือให้เปลี่ยนแปลงส้วมชนิดใดที่มีอยู่แล้วให้ต้องด้วยสุขลักษณะ ก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นปฏิบัติตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นควรภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง

มาตรา 17

มาตรา ๑๗ เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจห้ามการสร้างหรือใช้ส้วม ที่รับหรือใส่อุจจาระชนิดใดซึ่งมีลักษณะส่อให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพในเขตหนึ่งเขตใด

วรรคสองการห้ามนั้นให้ปิดประกาศไว้ ณ ที่เปิดเผยในเขตที่ประสงค์จะห้าม ไม่น้อยกว่ากิโลเมตรตารางเหลี่ยมละสามแห่ง และต้องกำหนดวันที่จะบังคับการตามประกาศมิให้น้อยกว่าสามสิบวัน นับแต่วันประกาศหรือจะสั่งห้ามเป็นหนังสือเฉพาะรายก็ได้

วรรคสามถ้าได้มีประกาศห้ามตามความในวรรคก่อนโดยถูกต้องแล้ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลผู้มีภูมิลำเนาภายในเขตที่ประสงค์จะห้ามการสร้างหรือใช้ส้วมชนิดที่ปรากฏในประกาศได้ทราบประกาศนั้นแล้ว

มาตรา 18

มาตรา ๑๘ เจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองส้วม ที่รับหรือใส่อุจจาระ และที่ปัสสาวะชนิดใด ในสถานที่ใด ให้จัดการซ่อมถ่ายเท ทำความสะอาด หรือรักษาไว้ให้เรียบร้อยโดยวิธีอย่างใดก็ได้ตามที่เห็นสมควรภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งนั้น

ส่วนที่ ๕ เหตุรำคาญ

มาตรา 19

มาตรา ๑๙ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหน้าที่จัดการกำจัด ห้าม และระงับเหตุรำคาญในที่สาธารณะหรือที่เอกชน ซึ่งส่อให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพความปลอดภัย หรือสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กับทั้งให้ดูแลรักษาบรรดาถนน ทางบก ทางน้ำ รางระบาย คู คลอง และที่ต่าง ๆ ในเขตของตนให้ปราศจากเหตุรำคาญ

เพื่อความประสงค์แห่งพระราชบัญญัตินี้ เหตุรำคาญ ได้แก่

(๑) สถานที่ หรือส่วนของสถานที่ซึ่งมีลักษณะปลูกสร้างหรือมีสภาพซึ่งเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพหรือความปลอดภัย

(๒) ที่ขังน้ำ บ่อ แหล่งน้ำ ท้องร่อง ทางระบายน้ำ ร่องน้ำ ทางน้ำ หรือที่ลุ่ม ที่อาบน้ำ ส้วม ที่ปัสสาวะ ที่รับหรือใส่อุจจาระ ท่ออุจจาระ รางระบาย ที่ใส่มูลสัตว์ หรือเถ้า ซึ่งอยู่ในทำเลไม่เหมาะหรือเป็นหรือน่าจะเป็นที่เพาะพันธุ์ยุง แมลงวัน หรือมีลักษณะจนเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๓) สัตว์เลี้ยงไว้ในที่หรือโดยวิธีหรือมีจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๔) การสะสม การหมักหมม การเททิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใด การละเลยให้สถานที่หรือสิ่งของรกรุงรัง ซึ่งเป็นเหตุให้มีกลิ่นเหม็นหรือส่อให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ หรือเป็น หรือน่าจะเป็นที่เพาะพันธุ์ยุง หรือแมลงวัน

(๕) โรงงานอุตสาหกรรม โรงงาน หรือที่ทำงานซึ่ง

(ก) ไม่รักษาให้ปราศจากกลิ่นไออันส่งจากท่ออุจจาระ รางระบาย ส้วม ที่รับหรือใส่อุจจาระ ที่ปัสสาวะ หรือจากเหตุอื่นใด

(ข) ไม่มีการระบายอากาศเท่าที่พอจักทำให้แก๊ส ไอน้ำ ละออง หรือสิ่งให้โทษชนิดอื่น ๆ ซึ่งบังเกิดขึ้นเนื่องด้วยกิจการนั้นปราศจากโทษจนเป็นเหตุเสื่อม หรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(ค) มีคนยัดเยียดกันในขณะทำงานจนเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของคนที่ทำงานในนั้น

(๖) อาคาร กะท่อม หรือโรงใด ๆ อันเป็นเคหะที่อยู่ของคนหรือสำหรับเลี้ยงสัตว์หรือความประสงค์อย่างอื่น ซึ่งโดยเหตุที่รวมอยู่ชิดกัน หรือปราศจากการระบายน้ำ หรือขัดข้องแก่การกำจัดมูลฝอย หรือสิ่งปฏิกูล หรือโดยเหตุอื่นใด จนเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๗) แหล่งน้ำ คู หรือคลองที่คนใช้ หรือน่าจะใช้น้ำสำหรับคนบริโภค หรือสำหรับการบ้าน หรือสำหรับทำของให้คนบริโภค ซึ่งเกิดหรือน่าจะเกิดสกปรกขึ้นจนเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๘) เตาไฟ ที่ใส่ไฟ หรือปล่องซึ่งพ่นควันหรือวัตถุ เชื้อเพลิงไหม้ไม่หมดเป็นปริมาณมากจนเป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้อยู่ใกล้เคียงหรือเป็นเหตุเสื่อม หรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๙) ที่ทำอิฐ หลุมดิน หลุมทราย ที่ซึ่งขุดไว้เพื่อกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง หรือเป็นเหตุเสื่อม หรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๑๐) กลิ่น เสียง ความกระเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า อันเป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง หรือเป็นเหตุเสื่อม หรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

มาตรา 20

มาตรา ๒๐ เมื่อปรากฏว่ามีเหตุรำคาญให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือไปยังบุคคลซึ่งเป็นผู้กระทำหรือละเลย หรือปล่อยให้เหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้น หรือเป็นอยู่ต่อไป ให้ระงับเหตุรำคาญนั้นเสีย ภายในเวลาอันสมควรที่ระบุไว้ในคำสั่ง และถ้าเห็นสมควรจะให้ทำการสิ่งใดโดยวิถีใดตามจำเป็นเพื่อความประสงค์นั้น ก็ให้สั่งไปด้วย

วรรคสองในคำสั่งนั้นเจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจสั่งให้จัดการตามที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีกด้วยก็ได้ และแม้ได้ออกคำสั่งระงับเหตุรำคาญไปแล้ว ถ้าเห็นว่าเหตุรำคาญนั้นอาจเกิดขึ้นอีกในสถานที่แห่งนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งเป็นหนังสือให้จัดการป้องกันในเวลาใดอีกก็ได้

มาตรา 21

มาตรา ๒๑ ถ้าเหตุรำคาญเกิดจากลักษณะการปลูกสร้างหรือสภาพของสถานที่ หรือถ้าเกิดขึ้นในสถานที่ซึ่งไม่มีผู้สำนักอยู่ ให้ส่งคำสั่งระงับเหตุรำคาญตามมาตรา ๒๐ แก่เจ้าของ

มาตรา 22

มาตรา ๒๒ ถ้าหาตัวผู้ก่อเหตุรำคาญไม่ได้ และปรากฏชัดว่าเหตุรำคาญนั้นมิได้เกิดขึ้นโดยการกระทำ การละเลย หรือการยินยอมของผู้สำนักหรือเจ้าของแห่งสถานที่ซึ่งมีเหตุรำคาญนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจระงับเหตุรำคาญนั้นได้เอง และอาจจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีก

มาตรา 23

มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ศาลได้ออกคำสั่งเรื่องเหตุรำคาญตามมาตรา ๗๔ วรรค ๒ คำสั่งนั้นจะเป็นคำสั่งระงับหรือคำสั่งห้าม หรือคำสั่งปิดอย่างหนึ่งอย่างใด หรือหลายอย่างก็ได้

วรรคสองในคำสั่งระงับ ศาลมีอำนาจกำหนดให้ทำการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือให้ระงับเหตุรำคาญโดยประการอื่นใด ภายในเวลาที่ระบุไว้

วรรคสามในคำสั่งห้าม ศาลมีอำนาจห้ามมิให้ก่อเหตุรำคาญนั้นขึ้นอีก หรือกำหนดให้ทำการใด เพื่อป้องกันมิให้ก่อเหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีก

วรรคสี่ในคำสั่งปิด ศาลมีอำนาจห้ามมิให้ใช้เคหะเป็นที่คนอยู่

มาตรา 24

มาตรา ๒๔ ในคำสั่งระงับ หรือคำสั่งห้ามนั้น ถ้าผู้ถูกสั่งบังคับสงสัยและขอทราบ หรือถ้าศาลเห็นสมควร ก็ให้ระบุการซึ่งบุคคลนั้นจักต้องทำเพื่อระงับ หรือป้องกันเหตุรำคาญมิให้เกิดขึ้นอีก

มาตรา 25

มาตรา ๒๕ คำสั่งปิดนั้น ให้ออกเฉพาะแต่ในกรณีที่ได้พิสูจน์เป็นที่พอใจว่ามีเหตุรำคาญจนเคหะไม่สมเป็นที่คนอยู่

มาตรา 26

มาตรา ๒๖ เมื่อศาลได้ไต่สวนเป็นที่พอใจตามคำร้องของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดว่าเคหะที่สั่งปิดนั้นได้ทำให้สมเป็นที่คนอยู่ได้แล้ว ก็ให้ถอนคำสั่งนั้นเสีย

มาตรา 27

มาตรา ๒๗ ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับคำสั่งศาลตามมาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจเข้าไปในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งนั้น และอาจระงับเหตุรำคาญหรือจัดการอื่นใดตามที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งศาล ส่วนค่าใช้จ่ายในการนี้ให้ศาลสั่งผู้ฝ่าฝืนชดใช้จนเต็ม

มาตรา 28

มาตรา ๒๘ ถ้าศาลได้ออกคำสั่งปิดเกี่ยวแก่เคหะใด ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งความเป็นหนังสือไปยังผู้ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมเคหะให้แจ้งให้ผู้สำนักทุกคนในเคหะนั้น ออกจากเคหะภายในเวลาดังระบุไว้ในหนังสือซึ่งไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนและเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ร้องขอต่อศาล ก็ให้ศาลออกคำสั่งขับไล่ผู้ฝ่าฝืนนั้น

มาตรา 29

มาตรา ๒๙ ในกรณีที่ได้ออกคำสั่งปิดเกี่ยวแก่เคหะใดและคำสั่งนั้นศาลยังมิได้เพิกถอน ถ้าปรากฏว่า

(๑) เคหะนั้นยังมิได้ทำให้สมเป็นที่คนอยู่

(๒) ยังมิได้ลงมือจัดการตามความจำเป็นโดยใช้ความอุตสาหะทุกประการตามควร เพื่อให้เคหะนั้นสมเป็นที่คนอยู่

(๓) การคงอยู่ของอาคารอันเป็นเคหะหรือส่วนของเคหะเป็นเหตุเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือผู้ที่อยู่ในเคหะใกล้เคียง

เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้เจ้าของรื้อเคหะหรืออาคารดังกล่าวข้างต้นนั้นเสียภายในเวลาซึ่งระบุไว้ในคำสั่ง

คำสั่งนั้นอาจระบุให้ทำลายสิ่งปลูกสร้าง หรือส่วนของสิ่งปลูกสร้างแห่งเคหะหรืออาคารนั้นเสียด้วยก็ได้

มาตรา 30

มาตรา ๓๐ ในกรณีที่ศาลได้ออกคำสั่งให้รื้อเคหะหรืออาคารตามมาตรา ๒๙ ให้เจ้าของรื้อและย้ายสิ่งปลูกสร้างไปเสียให้พ้นภายในเวลาซึ่งกำหนดไว้ในคำสั่งนั้น

วรรคสองถ้าเจ้าของไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดการให้เป็นไปตามคำสั่งศาล ส่วนค่าใช้จ่ายในการนี้ให้เจ้าของชดใช้จนเต็ม

หมวด ๒ การแต่งผม

มาตรา 31

มาตรา ๓๑ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมการแต่งผมของประชาชนให้ต้องด้วยสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) ห้ามการตั้งหรือใช้สถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นที่รับจ้างแต่งผม และห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้รับจ้างแต่งผม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต

(๒) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ตั้งหรือใช้สถานที่รับจ้างแต่งผม และให้บุคคลเป็นผู้รับจ้างแต่งผมและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

(๓) กำหนดเครื่องหมายสำหรับสถานที่รับจ้างแต่งผม

(๔) กำหนดเครื่องใช้อันจำเป็นซึ่งต้องมีในการแต่งผมและกำหนดวิธีใช้เครื่องใช้นั้นให้ต้องด้วยสุขลักษณะ

(๕) กำหนดให้ใช้เวชภัณฑ์อันจำเป็นในการแต่งผมและห้ามใช้เวชภัณฑ์ที่เห็นว่าอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

(๖) กำหนดการแต่งกายและการรักษาความสะอาดของผู้รับจ้างแต่งผม

(๗) กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการที่ระบุไว้อันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพในสถานที่รับจ้างแต่งผม

(๘) ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตรับจ้างแต่งผมแก่ผู้ที่มีเหตุควรเชื่อว่าเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ อันน่าจะแพร่ไปเพราะการแต่งผม

(๙) ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ รับจ้างแต่งผม

(๑๐) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต

หมวด ๓ สัตว์ซึ่งเป็นเหตุรำคาญและอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน

มาตรา 32

มาตรา ๓๒ เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี กำหนดเขตส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในท้องถิ่นในเขตอำนาจของตน ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ ในถนน ทางบก ทางน้ำและที่สาธารณะที่ระบุไว้ภายในเขตกำหนด

เทศบัญญัติหรือข้อบังคับนั้นอาจ

(๑) วางระเบียบการจับ กัก จำหน่ายและทำลายสัตว์ดังกล่าวแล้ว แต่ก่อนที่จะจำหน่ายและทำลายสัตว์ใด จะต้องกักไว้อย่างน้อยห้าวัน เว้นแต่ถ้าสัตว์นั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน จะทำลายเสียก่อนกำหนดนั้นก็ได้

(๒) วางระเบียบการเลี้ยงดูสัตว์ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นกักไว้ และกำหนดอัตราค่าเลี้ยงดูซึ่งเจ้าของต้องเสียในกรณีที่รับสัตว์คืนไป

มาตรา 33

มาตรา ๓๓ ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่สุนัขซึ่งปรากฏว่าไม่มีเจ้าของ และสุนัขหรือสัตว์อื่นซึ่งเป็นหรือแสดงอาการว่าเป็นโรคกลัวน้ำ

หมวด ๔ น้ำ

มาตรา 34

มาตรา ๓๔ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมการหาน้ำใช้สำหรับประชาชน และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจปิดถมหรือห้ามมิให้ใช้น้ำในบ่อหรือแหล่งน้ำใด ซึ่งเป็นหรือน่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

มาตรา 35

มาตรา ๓๕ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจจัดการประปาเพื่อจำหน่ายน้ำแก่ประชาชน และถ้าจำเป็นก็อาจต่อท่อและรางน้ำผ่านข้าม เลียบ หรือลอดใต้ถนน ห้อง หรือคูหาใต้ถนน หรือที่ใดที่ได้เวนคืนแล้วเพื่อสร้างถนน และเมื่อได้แจ้งความเป็นหนังสือล่วงหน้าแก่เจ้าของเป็นเวลาสมควรแล้ว อาจต่อท่อและรางน้ำผ่าน หรือลอดใต้อสังหาริมทรัพย์ใดได้ ถ้าอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นของเอกชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจ่ายค่าทดแทนเป็นจำนวนสำหรับการเสียหายที่บังเกิดขึ้นในกรณีใด ห้ามมิให้ก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น

วรรคสองถ้าไม่ตกลงกันในเรื่องค่าทดแทน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งความเป็นหนังสือแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นว่า จะให้ค่าทดแทนเป็นจำนวนเงินเท่าใด ถ้าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ไม่ตกลงภายในกำหนดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความนั้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายละคนสำหรับชี้ขาดเรื่องค่าทดแทน ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่ตกลงกัน ให้อนุญาโตตุลาการตั้งบุคคลภายนอกขึ้นคนหนึ่งเป็นผู้ชี้ขาด ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่ตกลงกันในการตั้งผู้ชี้ขาด เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 36

มาตรา ๓๖ เมื่อได้ตกลงกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นนอกเขตของตนแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจใช้อำนาจตามความในมาตรา ๓๕ นอกเขตของตน และอาจจำหน่ายน้ำให้แก่บุคคลนอกเขตนั้นได้

มาตรา 37

มาตรา ๓๗ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจ

(๑) จัดให้มีที่อาบน้ำและที่ซักเสื้อผ้าสาธารณะโดยใช้น้ำสะอาด

(๒) สงวนแหล่งน้ำหรือที่มีน้ำไหลไว้สำหรับอาบน้ำให้สัตว์ หรือสำหรับความประสงค์อื่น ๆ เพื่อบำรุงสุขภาพและความสะดวกของประชาชน

(๓) กันส่วนหนึ่งส่วนใดของชายทะเลไว้สำหรับเป็นที่อาบน้ำสาธารณะ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณีเพื่อควบคุมการใช้ที่นั้น ๆ และเมื่อเห็นสมควรก็อาจกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้

มาตรา 38

มาตรา ๓๘ ห้ามมิให้ผู้ใดชำระล้างร่างกาย ขัดเสื้อผ้า หรือล้างสิ่งใด ๆ หรืออาบน้ำให้สัตว์ ทำหรือปล่อยให้สิ่งปฏิกูลลงไปหรือทำโดยประการใดให้เกิดความโสโครกใน บ่อ สระ ที่ขังน้ำ หรือทางน้ำ ที่พักน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของการประปาของท้องถิ่น

มาตรา 39

มาตรา ๓๙ เมื่อได้แจ้งแก่ผู้สำนักแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มอบหมายหน้าที่ไว้โดยฉพาะ อาจเข้าไปในเคหะอาคารหรือที่ดินซึ่งมีท่อหรือเครื่องอุปกรณ์การประปาผ่าน เลียบหรือลอดไปเพื่อที่จะตรวจซ่อม แปลง รื้อ ต่อ หรือจัดการใด ๆ แก่สิ่งเหล่านั้น ตามความจำเป็น

มาตรา 40

มาตรา ๔๐ ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย

(๑) ทำให้เกิดเสียหายแก่ทางน้ำ ที่ขังน้ำ ที่บรรจุน้ำ บ่อ สูบ ท่อ ประตูน้ำ ก๊อก ท่อน้ำทิ้ง เครื่องวัดน้ำ หรือสิ่งอื่น ๆ ซึ่งใช้ในการประปาของท้องถิ่น หรือซึ่งอยู่ในความอำนวยหรือความควบคุมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือ

(๒) เปิด ทด ย้าย หรือเอาไปด้วยประการใด ๆ ซึ่งน้ำประปา น้ำหรือทางน้ำซึ่งกันไว้สำหรับการประปา

มาตรา 41

มาตรา ๔๑ ในกรณีที่เกิดอัคคีภัย หรือน้ำไม่พอใช้ หรือมีการซ่อมหรือล้างท่อใหญ่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจปิดหรือย้ายกระแสน้ำแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ในท่อหรือการประปาซึ่งได้จัดให้มีขึ้นตามความในหมวดนี้ แม้ว่าจะได้ทำสัญญาการจำหน่ายน้ำไว้กับบุคคลใดก็ดี

หมวด ๕ การค้าอาหาร น้ำแข็ง และสิ่งของอย่างอื่น

ส่วนที่ ๑ ตลาดสาธารณะ

มาตรา 42

มาตรา ๔๒ เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจจัดให้มีและบำรุงตลาดสาธารณะในท้องถิ่นของตน และเพื่อความสะดวกแก่ผู้เข้าไปซื้อขายในตลาดนั้น อาจจัดให้มีร้านขายของ แท่น โต๊ะ ที่ขังสัตว์ อาคาร หรือเครื่องอุปกรณ์อื่น ๆ และเครื่อง ชั่ง ตวง วัด

มาตรา 43

มาตรา ๔๓ เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจให้เช่าตลาดสาธารณะหรือสถานที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของตลาดนั้นได้ แต่ต้องทำโดยวิธีเรียกประมูล

มาตรา 44

มาตรา ๔๔ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณีว่าด้วยตลาดสาธารณะ ดังต่อไปนี้

(๑) วางระเบียบการควบคุมและการใช้ร้านขายของ แท่น โต๊ะ ที่ขังสัตว์ และที่ขายของ รวมทั้งกำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าใช้ที่ขายของตามสมควร

(๒) วางระเบียบการรักษาตลาด ตลอดจนของใช้ทั้งมวลให้สะอาดและเรียบร้อย รวมทั้งการขนมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลออกจากตลาด

(๓) ป้องกันเหตุรำคาญ และห้ามวางสิ่งกีดขวางในตลาดและตามทางเข้าสู่ตลาด

(๔) กำหนดให้ผู้เข้าขายของในตลาดมีใบอนุญาตและวางระเบียบการขอและออกใบอนุญาต ตลอดถึงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

(๕) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาด จะต้องปฏิบัติตามในการขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้และของใช้อื่นๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ

(๖) ห้ามผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาดซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่า ตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ มิให้ขาย ทำประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหารและสิ่งของอย่างอื่นในตลาด

(๗) กำหนดเวลาเปิดและปิดตลาด

(๘) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต

ส่วนที่ ๒ ตลาดเอกชน

มาตรา 45

มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้บุคคลใดตั้งตลาดเอกชน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต

มาตรา 46

มาตรา ๔๖ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณี ว่าด้วยตลาดเอกชน ดังต่อไปนี้

(๑) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ตั้งตลาดเอกชน และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

(๒) กำหนดเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะของสถานที่ที่จะตั้งเป็นตลาดและการปลูกสร้างในสถานที่นั้น

(๓) วางระเบียบการควบคุมและการใช้ร้านขายของ แท่น โต๊ะ ที่ขังสัตว์ และที่ขายของในตลาด

(๔) วางระเบียบการรักษาตลาดตลอดจนของใช้ทั้งมวลให้สะอาดและเรียบร้อย รวมทั้งการขนมูลฝอย

(๕) ป้องกันเหตุรำคาญ และห้ามวางสิ่งกีดขวางในตลาดและตามทางเข้าสู่ตลาด

(๖) กำหนดให้ผู้เข้าขายของในตลาดมีใบอนุญาตและวางระเบียบการขอและออกใบอนุญาต ตลอดถึงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

(๗) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาดจะต้องปฏิบัติตามในการขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ

(๘) ห้ามผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาดซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจปรากฏว่าเป็นพาหะ และได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่าตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้มิให้ขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร และสิ่งของอย่างอื่นในตลาด

(๙) กำหนดเวลาเปิดและปิดตลาด

(๑๐) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต

ส่วนที่ ๓ แผงลอย

มาตรา 47

มาตรา ๔๗ เมื่อได้รับคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจประกาศระบุถนนสาธารณะ หรือที่สาธารณะ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของถนนสาธารณะ หรือที่สาธารณะ ซึ่งห้ามมิให้ตั้งแผงลอย

วรรคสองในประกาศนั้นจะห้ามเด็ดขาด หรือโดยมีเงื่อนไขว่า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตก็ได้ และให้ปิดประกาศนั้นไว้ ณ ที่เปิดเผยในเขตที่ประสงค์จะห้ามไม่น้อยกว่าสามแห่ง และต้องกำหนดวันที่จะบังคับการตามประกาศมิให้น้อยกว่าสิบห้าวัน นับแต่วันประกาศ

ข้อความจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับที่มีผลตั้งแต่ 1984-10-09 ระบบนี้ไม่ใช่ต้นฉบับทางการ โปรดตรวจกับ เอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗ หรือราชกิจจานุเบกษาก่อนใช้อ้างอิง