ตัวบทกฎหมาย › พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546
พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546
ส่วนที่ ๒ การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายใน
มาตรา ๙๙ ห้ามมิให้กรรมการ อนุกรรมการ ผู้แทนนิติบุคคล ตัวแทน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาหรือผู้ปฏิบัติงานของศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการกำกับดูแลสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สินค้าหรือตัวแปร ซึ่งรู้ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญซึ่งตนได้รู้มาในฐานะเช่นนั้นและยังไม่ได้เปิดเผยต่อประชาชน กระทำการดังต่อไปนี้
(๑) ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือซื้อหรือขายหรือเสนอที่จะซื้อหรือขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือ
(๒) เปิดเผยข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญดังกล่าวแก่บุคคลอื่น โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าบุคคลนั้นอาจใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเพื่อการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือซื้อหรือขายสินค้า
ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือราคาสินค้าหรือระดับตัวเลขของตัวแปรหรือต่อการตัดสินใจในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือซื้อหรือขายสินค้าของผู้ลงทุน
มาตรา ๑๐๐ ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งรู้ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ อันเนื่องมาจากการเปิดเผยตามมาตรา ๙๙ โดยรู้หรือควรรู้ว่าข้อเท็จจริงนั้นได้รับการเปิดเผยจากบุคคลซึ่งมีฐานะตามมาตรา ๙๙ และข้อเท็จจริงนั้นยังไม่ได้เปิดเผยต่อประชาชน กระทำการดังต่อไปนี้
(๑) ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือซื้อหรือขายหรือเสนอที่จะซื้อหรือขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญนั้น เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือ
(๒) เปิดเผยข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญดังกล่าวแก่บุคคลอื่น โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าบุคคลนั้นอาจใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเพื่อการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือซื้อหรือขายสินค้า
หมวด ๗ การกำกับและควบคุม
มาตรา ๑๐๑ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับและควบคุมโดยทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๐๒ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ตามพระราชบัญญัตินี้ด้วยก็ได้
หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๑๐๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานที่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสถานที่ที่รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบุคคลดังกล่าว ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
(๒) เข้าไปในธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อทำการตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบหรือการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) ค้นสถานที่ใด ๆ ที่มีเหตุควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น
(๔) อายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดีซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
(๕) สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งกรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้สอบบัญชีมาให้ถ้อยคำหรือส่งหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร ดวงตราหรือหลักฐานอื่นเกี่ยวกับกิจการ การดำเนินงาน สินทรัพย์ และหนี้สินของบุคคลข้างต้น
(๖) สั่งให้บุคคลใด ๆ ซึ่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับหรือผ่านผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือสมาชิกของศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มาให้ถ้อยคำหรือส่งหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นเกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือการเสนอที่จะซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(๗) สั่งให้บุคคลใด ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่มาให้ถ้อยคำ หรือส่งหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
เมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบตาม (๑) หรือ (๒) หรือทำการค้นตาม (๓) แล้ว ถ้ายังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้
ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) หรือ (๒) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการข่มขู่หรือเป็นการค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและในกรณีตาม (๓) ต้องมีหมายค้น เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวจะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ให้ดำเนินการค้น ยึด หรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นแต่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการค้นและจะเริ่มการค้นในเวลากลางคืนมิได้ เว้นแต่เป็นเวลาทำการของสถานที่นั้น
การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง จะต้องเป็นการกระทำต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบ และสำหรับการดำเนินการตาม (๒) (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อน รวมทั้งต้องกำหนดระยะเวลาอันสมควรที่จะให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติตามคำสั่งที่สั่งตาม (๕) (๖) หรือ (๗) ได้
มาตรา ๑๐๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๑๐๕ เมื่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือกฎหมายอื่นในทำนองเดียวกันของต่างประเทศร้องขอ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจให้ความช่วยเหลือในการรวบรวมหรือตรวจสอบข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่จำเป็นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือกฎหมายอื่นในทำนองเดียวกันของประเทศผู้ร้องขอ ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือในกรณีดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การให้ความช่วยเหลือนั้นต้องไม่ขัดต่อประโยชน์สาธารณชนหรือการรักษาความลับของประเทศ
(๒) การกระทำซึ่งเป็นมูลกรณีของความช่วยเหลือนั้นเข้าลักษณะประเภทความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) หน่วยงานต่างประเทศที่ร้องขอความช่วยเหลือตกลงหรือยินยอมที่จะให้ความช่วยเหลือในทำนองเดียวกันเป็นการตอบแทนหากได้รับคำร้องขอจากสำนักงาน ก.ล.ต.
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้นำความในมาตรา ๑๐๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๐๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
วรรคสองบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๑๐๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๑๐๘ ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีลักษณะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ประชาชน และสำนักงาน ก.ล.ต. มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้กระทำความผิดจะยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตน หรือที่ตนครอบครองอยู่ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลนั้นหรือที่บุคคลนั้นครอบครองอยู่หรือทรัพย์สินที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลนั้นได้ แต่จะยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันไม่ได้เว้นแต่ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล ให้คำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวยังคงมีผลต่อไปจนกว่าศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น และในกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถฟ้องคดีได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายระยะเวลาออกไปอีกได้ แต่จะขอขยายระยะเวลาอีกเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันไม่ได้
วรรคสองวิธีการยึดและอายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้ดำเนินการ
วรรคสามการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงจำนวนเงินที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินด้วย
มาตรา ๑๐๙ ในกรณีทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ตามมาตรา ๑๐๘ เป็นของเสียง่าย หรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะสูงเกินส่วนกับค่าแห่งทรัพย์สินนั้น หรือค่าแห่งทรัพย์สินนั้นจะลดน้อยลงหากเก็บไว้นาน สำนักงาน ก.ล.ต. หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากสำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการขายทอดตลาดหรือจัดการตามควรแก่กรณีตามวิธีการที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดก็ได้ ทั้งนี้ ต้องแจ้งให้เจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวทราบเพื่อเข้าสู้ราคาด้วย
วรรคสองเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือการจัดการทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา การจำหน่าย และค่าภาระที่เกี่ยวข้อง เหลือเงินจำนวนสุทธิเท่าใดให้ยึดเงินนั้นไว้แทน
มาตรา ๑๑๐ ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีลักษณะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ประชาชนและสำนักงาน ก.ล.ต. มีเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวจะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลนั้นออกนอกราชอาณาจักรได้และในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลนั้นออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้เป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน
หมวด ๙ บทกำหนดโทษและอายุความ
ส่วนที่ ๑ โทษทางปกครอง
มาตรา ๑๑๑ โทษทางปกครอง มีดังต่อไปนี้
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตำหนิโดยเปิดเผยต่อสาธารณชน
(๓) ปรับทางปกครอง
(๔) จำกัดการประกอบการ
(๕) พักการประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต ที่ได้จดทะเบียน หรือที่ได้รับความเห็นชอบ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๖) เพิกถอนใบอนุญาต การจดทะเบียน หรือการให้ความเห็นชอบ
มาตรา ๑๑๒ บุคคลดังต่อไปนี้มีอำนาจลงโทษทางปกครอง
(๑) สำนักงาน ก.ล.ต. สำหรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ (๑) หรือ (๒)
(๒) คณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครอง สำหรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
(๓) คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำหรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖)
ในการสั่งลงโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ ผู้มีอำนาจลงโทษจะลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ และมีอำนาจสั่งให้ผู้ถูกลงโทษกระทำการหรืองดเว้นกระทำการเพื่อแก้ไขหรือป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ คำสั่ง หรือเงื่อนไขที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำอีกได้
มาตรา ๑๑๓ ในการลงโทษปรับทางปกครองจำนวนค่าปรับทางปกครองต้องไม่เกินสองล้านบาทในแต่ละกรรม
วรรคสองกรณีผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่งไม่ยอมชำระค่าปรับทางปกครองให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑๔ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือคำสั่งหรือเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง ต้องรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑
มาตรา ๑๑๕ ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือคำสั่งหรือเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ มาตรา ๗๐ หรือมาตรา ๗๓ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๒ ซึ่งมาตรา ๗๔ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๓ หรือมาตรา ๗๑ ต้องรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑
มาตรา ๑๑๖ สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือคำสั่งหรือเงื่อนไขตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๗๓ ซึ่งมาตรา ๘๙ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม หรือมาตรา ๗๖ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๖๓ ซึ่งมาตรา ๘๙ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมหรือมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง ซึ่งมาตรา ๘๘ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๒ มาตรา ๘๓ หรือมาตรา ๘๕ ต้องรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑
มาตรา ๑๑๗ สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๑ ซึ่งมาตรา ๙๑ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๗๓ ซึ่งมาตรา ๙๑ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ต้องรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑
มาตรา ๑๑๘ ผู้ใดไม่ชำระค่าธรรมเนียมหรือชำระค่าธรรมเนียมไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดในมาตรา ๙ (๒) ต้องรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑
มาตรา ๑๑๙ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ หรือมาตรา ๑๑๗ เป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น
มาตรา ๑๒๐ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครอง และให้มีอำนาจพิจารณาในเบื้องต้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่เห็นว่าประเภทของโทษทางปกครองที่ผู้ถูกกล่าวหาควรจะได้รับอยู่ในอำนาจของสำนักงาน ก.ล.ต. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้พิจารณาโทษในเรื่องนั้น
(๒) ในกรณีที่เห็นว่าประเภทของโทษทางปกครองที่ผู้ถูกกล่าวหาควรจะได้รับอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครองหรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. เสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครองหรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณาโทษในเรื่องนั้น
มาตรา ๑๒๑ ในการสั่งลงโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษต้องคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำ ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น ตลอดจนความหนักเบาของโทษที่จะใช้กับผู้ถูกลงโทษ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
มาตรา ๑๒๒ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองการพิจารณาและการมีคำสั่งลงโทษทางปกครอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
มาตรา ๑๒๓ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครองคณะหนึ่งหรือหลายคณะ โดยในแต่ละคณะให้ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน
วรรคสองคุณสมบัติและวิธีการแต่งตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
มาตรา ๑๒๔ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครองต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
วรรคสองการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
วรรคสามการอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษทางปกครองของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครอง
ส่วนที่ ๒ โทษอาญา
มาตรา ๑๒๕ ผู้ใดประกอบกิจการในลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๒๖ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
วรรคสองกรณีผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง เป็นบุคคลธรรมดาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๒๗ ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง ซึ่งมาตรา ๗๔ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๒๘ สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง ซึ่งมาตรา ๘๙ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๒๙ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๐ ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ซึ่งมาตรา ๗๔ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๑ สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ซึ่งมาตรา ๘๙ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๒ ผู้ใดประกอบกิจการในลักษณะเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๕๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๓ ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๔ ผู้ใดประกอบกิจการในลักษณะเป็นสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๗๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๕ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๒๖ มาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๒๙ มาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๑ มาตรา ๑๓๓ หรือมาตรา ๑๓๘ เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นหรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ หรือทั้งจำทั้งปรับ
- มาตรา ๑๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐
มาตรา ๑๓๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๒ มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ หรือมาตรา ๙๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้น ๆ ได้รับหรือพึงได้รับเพราะกระทำการฝ่าฝืนดังกล่าวแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า หรือทั้งจำทั้งปรับ
วรรคสองผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามมาตรา ๙๒ ไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
มาตรา ๑๓๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๙ หรือมาตรา ๑๐๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้น ๆ ได้รับหรือพึงได้รับเพราะกระทำการฝ่าฝืนดังกล่าว แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๓๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษทางปกครองตามมาตรา ๑๑๑ (๔) หรือ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๓๙ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
วรรคสองถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๐ ผู้ใดถอดถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือเครื่องหมายซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่งใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๓ เพื่อเป็นหลักฐานในการยึด อายัด หรือรักษาสิ่งนั้น ๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๑ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆ อันพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา ๑๐๓ ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะรักษาทรัพย์สินหรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๒ ผู้ใดให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในการตรวจสอบหรือการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๓ ผู้สอบบัญชีผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา ๑๔๔ คำว่า “ลูกค้า” ในมาตรา ๑๔๕ มาตรา ๑๔๖ มาตรา ๑๔๗ และมาตรา ๑๔๘ ให้หมายความดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่นิติบุคคลตามมาตราดังกล่าวเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้หมายความถึงลูกค้าซึ่งได้รับบริการด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจากผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(๒) กรณีที่นิติบุคคลตามมาตราดังกล่าวเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งรับจัดการเงินทุนให้กับกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้หมายความรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมดังกล่าวด้วย
(๓) กรณีที่นิติบุคคลตามมาตราดังกล่าวเป็นสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้หมายความถึงสมาชิกของสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับบริการด้านการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๑๔๕ กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใด กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) โดยทุจริต หลอกลวงลูกค้าของนิติบุคคลนั้นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรบอกให้แจ้งเกี่ยวกับกิจการที่นิติบุคคลนั้นมีหน้าที่กระทำการเพื่อประโยชน์ของลูกค้าของนิติบุคคลนั้น และการกระทำดังกล่าวทำให้ได้ไป ซึ่งทรัพย์สินของลูกค้าของนิติบุคคลนั้น หรือทำให้ลูกค้าของนิติบุคคลนั้น ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ หรือ
(๒) ครอบครองทรัพย์สินของลูกค้าของนิติบุคคลนั้นซึ่งนิติบุคคลนั้นได้รับไว้เนื่องจากการประกอบกิจการตามพระราชบัญญัตินี้ เบียดบังเอาทรัพย์สินนั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต หรือ
(๓) กระทำการหรือไม่กระทำการโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ลูกค้าของนิติบุคคลนั้น หรือ
(๔) กระทำการผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของลูกค้าของนิติบุคคลนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๖ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา กระทำการตามมาตรา ๑๔๕ (๑) (๓) หรือ (๔) ต่อลูกค้าของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๗ กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคคล ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใด เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่นิติบุคคลนั้นมีหน้าที่ดูแลหรือที่อยู่ในความครอบครองของนิติบุคคลนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้าของนิติบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๘ กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคคล ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใด กระทำหรือยินยอมให้กระทำการดังต่อไปนี้ เพื่อลวงให้ลูกค้าของนิติบุคคลนั้นขาดประโยชน์อันควรได้
(๑) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลนั้น หรือที่นิติบุคคลนั้นจัดทำขึ้นตามหน้าที่ในการประกอบกิจการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
(๒) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลนั้น หรือที่นิติบุคคลนั้นจัดทำขึ้นตามหน้าที่ในการประกอบกิจการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
(๓) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดก่อให้กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ตัวแทน ผู้สอบบัญชี หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กระทำความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๕ มาตรา ๑๔๖ มาตรา ๑๔๗ หรือมาตรา ๑๔๘ ไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ
มาตรา ๑๕๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ตัวแทน ผู้สอบบัญชีหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากระทำความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๕ มาตรา ๑๔๖ มาตรา ๑๔๗ หรือมาตรา ๑๔๘ ไม่ว่าก่อนหรือขณะกระทำความผิด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ แต่ถ้าผู้กระทำความผิดมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ
มาตรา ๑๕๑ ในการสอบบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ว่าการสอบบัญชีนั้นจะกระทำในฐานะเป็นผู้สอบบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าว หรือในฐานะอื่นซึ่งนิติบุคคลดังกล่าวยินยอมให้สอบบัญชีก็ตาม ถ้าผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่นิติบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔๕ มาตรา ๑๔๗ หรือมาตรา ๑๔๘ ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทำความผิดที่พบให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ
วรรคสองผู้สอบบัญชีผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๕๒ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจจ่ายเงินสินบนไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินค่าปรับที่ผู้กระทำความผิดได้ชำระต่อศาลให้แก่ผู้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามมาตรา ๙๒ มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๙ และมาตรา ๑๐๐ ทั้งนี้ ตามความสำคัญของข้อมูล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
วรรคสองคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ถือเป็นที่สุด
ข้อความจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับที่มีผลตั้งแต่ 2017-02-12
ระบบนี้ไม่ใช่ต้นฉบับทางการ โปรดตรวจกับ เอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗ หรือราชกิจจานุเบกษาก่อนใช้อ้างอิง