D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2535

ผล: ยืน ล้มละลาย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์ นาย สันต์ แสวงศ รี กับพวกจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดมาขายทอดตลาดชำระหนี้จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ตามคำพิพากษาอีก 3 คดี ซึ่งยังไม่มีการชำระหนี้ จำเลยทั้งสองย้ายที่อยู่หลายครั้งโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดมีผลเป็นคำพิพากษา พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 179(1) บัญญัติให้คิดค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลายห้าสิบบาท

2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งพิพากษาตามคำฟ้องขอให้ล้มละลาย ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ดังกล่าว 50 บาท

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นต้นเงิน 33,916.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่เดือนพฤศจิกายน 2521 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 7 ปีเศษ แต่โจทก์คิดเพียง 5 ปี เป็นเงิน 25,500 บาทและค่าทนายความ 600 บาท รวมเป็นเงิน 60,016.30 บาท ซึ่งกำหนดจำนวนได้แน่นอน จำเลยทั้งสองเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

2จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ และสามารถชำระหนี้ได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์

3จำเลยทั้งสองเด็ดขาด จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา

4ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากันและเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่319/2523 แล้วไม่ชำระ โจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแล้วแต่จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดมาขายทอดตลาดชำระหนี้ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทได้ นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้ธนาคารกรุงไทย จำกัด ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอีกสามคดี ซึ่งยังไม่มีการชำระหนี้จำเลยทั้งสองย้ายที่อยู่หลายครั้งโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือได้ว่า

5จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทอันเป็นเหตุให้

6โจทก์ฟ้องขอให้ จำเลยทั้งสองล้มละลายได้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งพิพากษาตามคำฟ้องขอให้ล้มละลาย ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ 50 บาท

7พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาในส่วนที่เกินมาแก่จำเลยทั้งสอง

(สะสม สิริเจริญสุข - บุญส่ง วรรณกลาง - ปรีชา เฉลิมวณิชย์)