ย่อ / หลักกฎหมาย
1คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดมีผลเป็นคำพิพากษาพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 179(1) บัญญัติให้คิดค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลายห้าสิบบาท
2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งพิพากษาตามคำฟ้องขอให้ล้มละลาย ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ดังกล่าว 50 บาท
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483มาตรา 14
2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับฎีกาข้อสุดท้ายที่
3จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยควรเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์เพียง 50 บาท นั้นเห็นว่าคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดมีผลเป็นคำพิพากษา พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 179(1) บัญญัติให้คิดค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลายห้าสิบบาท
4จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งพิพากษาตามคำฟ้องขอให้ล้มละลาย จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ดังกล่าว 50 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้
5จำเลยทั้งสองชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"
6พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาในส่วนที่เกินมา 300 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง
(สะสม สิริเจริญสุข - บุญส่ง วรรณกลาง - ปรีชา เฉลิมวณิชย์)