ย่อ / หลักกฎหมาย
1ข้อฎีกาโจทก์ที่ว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังได้โดยปริยายว่าบริษัท ส. จำกัด มีส่วนได้เสียในรถที่เอาประกันภัยไว้จริงโจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5 หมื่น บาท และ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248ส่วนข้อที่ว่า การที่ศาลหยิบยกเอาเฉพาะประเด็นโจทก์ไม่มีอำนาจรับช่วงสิทธิจากบริษัท ส จำกัด ในการฟ้องคดีมาตัดฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยถึงประเด็นข้ออื่นๆที่กำหนดไว้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 นั้น เมื่อฎีกาของโจทก์ต้องห้ามดังกล่าวแล้วปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 946/2525บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัดฯโจทก์นายวิทยา โล่ห์รัตน์เสน่ห์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 247, ม. 225ข้อฎีกาโจทก์ที่ว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังได้โดยปริยายว่าบริษัท ส. จำกัด มีส่วนได้เสียในรถที่เอาประกันภัยไว้จริงโจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5 หมื่น บาท และ
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248ส่วนข้อที่ว่า การที่ศาลหยิบยกเอาเฉพาะประเด็นโจทก์ไม่มีอำนาจรับช่วงสิทธิจากบริษัท ส จำกัด ในการฟ้องคดีมาตัดฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยถึงประเด็นข้ออื่นๆที่กำหนดไว้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 นั้น เมื่อฎีกาของโจทก์ต้องห้ามดังกล่าวแล้วปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย(ดำรง แจ่มสุธี-สมชัย ทรัพยวณิช-พูน จักรเสน)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 946/2525บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัดฯโจทก์นายวิทยา โล่ห์รัตน์เสน่ห์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 247, ม. 225ข้อฎีกาโจทก์ที่ว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังได้โดยปริยายว่าบริษัท ส. จำกัด มีส่วนได้เสียในรถที่เอาประกันภัยไว้จริงโจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5 หมื่น บาท และ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248ส่วนข้อที่ว่า การที่ศาลหยิบยกเอาเฉพาะประเด็นโจทก์ไม่มีอำนาจรับช่วงสิทธิจากบริษัท ส จำกัด ในการฟ้องคดีมาตัดฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยถึงประเด็นข้ออื่นๆที่กำหนดไว้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 นั้น เมื่อฎีกาของโจทก์ต้องห้ามดังกล่าวแล้วปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
(ดำรง แจ่มสุธี - สมชัย ทรัพยวณิช - พูน จักรเสน)